5 วิธีแต่งห้องรับแขกให้สวยแบบมีสไตล์

Cover บทความแต่งห้องรับแขก

“ห้องรับแขก” นับว่าเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดในบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเป็นห้องหลักในการต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านแล้ว ห้องรับแขกยังเป็นพื้นที่ที่เรามักจะใช้งานในแต่ละวันค่อนข้างนาน ไม่แพ้ห้องนอนเลยทีเดียว

ใครที่กำลังมองหาไอเดียในการแต่งห้องรับแขกให้ดูสวยอย่างมีระดับ เคล็ดลับต่อไปนี้จะช่วยให้ห้องรับแขกของคุณ สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนและอบอุ่นลงตัวสำหรับเจ้าของบ้านแน่นอน

1. คิดถึงการใช้งาน

ห้องรับแขกเป็นห้องที่มีความพิเศษตรงที่มันเป็นห้องที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายและแตกต่างกันไปตามแต่ความต้องการของเจ้าของ ไม่ว่าจะใช้รับแขก จัดปาร์ตี้ ดูบอล กินของว่างมื้อดึก หรือร้องคาราโอเกะ ฯลฯ

ดังนั้นก่อนจะแต่งห้องรับแขก คำถามแรกเลยที่คุณควรถามตัวเองก็คือ ห้องรับแขกคืออะไรสำหรับคุณ คุณจะใช้ห้องนี้ในการทำกิจกรรมอะไรบ้าง และควรมีพื้นที่สำหรับคนจำนวนเท่าไหร่

การคิดถึงการใช้งานของห้องล่วงหน้า จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ได้ง่ายและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงมากกว่าเลือกจากความชอบเพียงอย่างเดียว จงให้เวลากับคำถามนี้ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นที่คุณจะได้ออกแบบการใช้ชีวิตของคุณในห้องสำคัญของบ้าน

Tips: หนึ่งในองค์ประกอบที่เป็นหัวใจของห้องรับแขกคือ “โซฟา” ไม่ใช่แค่เพราะว่ามัน
คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่คุณจะทิ้งตัวลงพักผ่อนในทุกๆ วัน แต่โซฟายังเป็นตัวกำหนด Mood & Tone ของทั้งห้อง รวมถึงการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ในห้องรับแขกด้วย
David John Dick ดีไซเนอร์จาก DISC Interiors กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เรามักจะได้ยินลูกค้าบ่นอยู่เสมอก็คือ โซฟาเก่าที่เคยซื้อนั้นมานั้นนั่งไม่สบาย หรือไม่ก็มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป” คุณจึงควรใช้เวลากับการเลือกโซฟาที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียดายในภายหลัง เพราะการซื้อโซฟาสักตัวนั้นถือเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างหนึ่งเลย
รูปที่1 Groove Modula ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

2. เลือกเฉดสีที่ไปด้วยกัน

สีคือสิ่งที่สร้างอารมณ์ให้กับห้อง ในทางจิตวิทยา สีแต่ละสีทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น สีฟ้าและสีเขียวโดยทั่วไปมักจะทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ขณะที่เฉดสีสดใสอย่างสีแดง เหลือง หรือส้มจะสร้างรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

หนึ่งในเทคนิคการเลือกสีเพื่อแต่งห้องรับแขกแบบง่ายๆ คือคุณอาจจะเลือกจากเฉดสีที่คุณชอบและอยากจะเห็นทุกๆ วัน แล้วจึงนำสีอื่นๆ มาประกอบ หรือถ้าคุณมีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งชิ้นสำคัญที่สะสมไว้และต้องการให้อยู่ในห้องรับแขกอยู่แล้ว เช่น ภาพวาดของศิลปินชื่อดัง หรือแจกันกระเบื้องมรดกจากคุณปู่ ก็สามารถใช้สีของข้าวของเหล่านี้มาเป็นไอเดียในการจับคู่สีให้กับองค์ประกอบต่างๆ ในห้องได้เช่นกัน

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกผสมสีอะไรกับอะไร กุญแจสำคัญที่จะทำให้การจัดกลุ่มสีดูลงตัวก็คือการจัดสัดส่วนสีในห้องให้อยู่ในกฎ 60-30-10

ยกตัวอย่าง คุณอาจจะเลือกใช้สีครีมในพื้นที่ประมาณ 60% ของห้อง เช่น สีของผนัง พื้น และโซฟา แล้วเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องด้วยสีน้ำเงินบนพรมใต้โซฟาและผ้าม่าน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ก่อนจะตบท้ายด้วยสีเหลืองที่อยู่ในองค์ประกอบเล็กๆ อย่างหมอนอิงและผ้าปูโต๊ะ เพียง 10% ของห้องเพื่อเพิ่มความสดใส

เพียงแค่นึกถึงหลักการจัดกลุ่มสีนี้เอาไว้ ห้องรับแขกของคุณก็จะดูสวยลงตัวอย่างมีสไตล์ มองแค่แว้บเดียวก็รู้เลยว่าเจ้าของบ้านเขาคิดมาแล้ว!

รูปที่3 Porter ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

3. มองหาวัสดุชั้นดี

นอกจากเรื่องของการเลือกใช้สีสันที่สะท้อนรสนิยมของคุณตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ “วัสดุ”

ไม่ว่าห้องรับแขกของคุณจะมีส่วนประกอบที่ทำจากอะไร ไม้ หนัง ผ้า กระจก หรือโลหะ จงเลือกลงทุนกับของที่ใช้วัสดุคุณภาพเท่านั้น เพราะวัสดุชั้นดีเป็นเครื่องการันตีว่า คุณจะได้ของที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและความสวยงามตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น

ตัวอย่างง่ายๆ คือความแตกต่างที่เทียบกันไม่ได้เลยระหว่างโซฟาหนัง

หนังวัวแท้กับหนังเทียม หนังแท้นั้นมีเสน่ห์ที่ผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีหนังผืนใดเลยในโลกนี้ที่เหมือนกัน รายละเอียดบนหนังแท้จะเปลี่ยนไปตามการใช้งาน แถมยังระบายอากาศได้ดีและมีอายุใช้งานนับสิบปี ขณะที่หนังเทียมถ้านำมาบุโซฟาจะให้สัมผัสที่ไม่สบายนักเพราะไม่ระบายอากาศ และพื้นผิวจะลอกล่อนภายในเวลาไม่กี่ปี

นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังเชื่อมโยงกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่เราพูดถึงในข้อแรกอีกด้วย เช่น ถ้าคุณเป็นครอบครัวที่ีมีเด็กๆ โซฟาที่ทำจากผ้าวูลสีเข้มหน่อยอาจจะเป็นตัวเลือกที่ทนทานจากการปีนป่ายและรอยเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นมากกว่าโซฟาหนัง

รูปที่4 Bailey ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

4. เลือกการจัดแสงที่ใช่

จะมีประโยชน์อะไรถ้าจัดองค์ประกอบห้องอย่างสวยแต่ห้องกลับมืดมิด แสงไฟคือสิ่งที่ส่งผลถึงบรรยากาศทั้งหมดของห้อง เพียงแค่เพิ่มโคมไฟตั้งพื้นไว้ข้างเก้าอี้นวมตรงมุมห้อง ก็สามารถเปลี่ยนให้มุมเหงาๆ ดูอบอุ่นน่านั่ง พร้อมสำหรับอ่านนิยายดีๆ สักเล่มยามค่ำคืน

ถ้าห้องรับแขกของคุณมีหน้าต่างรอบด้านและได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอในตอนกลางวัน ไฟเพดานอาจไม่จำเป็นนัก แต่คุณควรจะเผื่อพื้นที่สำหรับโคมไฟแบบตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะในตอนกลางคืนไว้ด้วย

ส่วนใครที่มีภาพศิลปะชิ้นโปรดบนผนัง การมีไฟที่ส่องสว่างไปที่ผลงานชิ้นโปรดเลยก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว

รูปที่5 Albert2 ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

5. เผยตัวตนที่ไม่เหมือนใครของคุณ

คุณเคยเดินดูห้องตัวอย่างในโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ไหม?

ความลงตัวและเนี้ยบกริบของทุกองค์ประกอบในห้องมักจะทำให้หลายคนฝันอยากได้ห้องอย่างนั้นบ้าง แต่ถ้าดูไปนานๆ สิ่งที่ห้องเหล่านี้ขาดก็คือ “ชีวิต”

อย่าไปยึดติดกับสไตล์และเทคนิคการเลือกเฉดสีของห้องรับแขกมากเกินไป จนเลือกที่จะไม่นำของที่มีคุณค่าทางจิตใจมาวางในห้อง เพียงเพราะกลัวว่าจะทำให้กฎการแต่งห้องทั้งหมดที่สร้างไว้จะพัง

ไม่ว่ามันจะเป็นของขวัญจากเพื่อนรัก ของที่ระลึกจากเมืองที่คุณไปเที่ยวกับครอบครัว หรือของสะสมที่ดั้นด้นไปเสาะหานานนับปีกว่าจะได้มา จำไว้ว่าข้าวของเหล่านี้นี่แหละที่จะสะท้อนตัวตนและเรื่องราวของเจ้าของบ้านที่ไม่มีใครเหมือน เติมเต็มความหมายที่แท้จริงให้กับคำว่า “บ้าน” ที่ควรจะเป็นสถานที่เก็บความทรงจำอันมีค่าของคุณ

ขอแค่คุณสนุกไปกับมัน! รับรองว่าห้องรับแขกของคุณ จะดูสวยแบบมีสไตล์อย่างที่หวังไว้แน่นอน

สำหรับท่านใดที่กำลังสนใจตกแต่งห้องรับแขกของท่านให้ดูสวยแบบมีสไตล์กับ Alexander&James สามารถเลือกชมสินค้าของเราได้ที่นี่

Footer - LookBooks