10 แบบโซฟาสวยๆ สไตล์ Alexander & James

Cover บทความ โซฟาสวยๆ

หนึ่งในสิ่งที่ไม่ว่าใครก็อยากจะกระโจนใส่เมื่อกลับมาบ้าน คือ โซฟานุ่มๆ ที่คอยต้อนรับเจ้าของบ้านทุกเมื่อ พร้อมให้ความสบาย ผ่อนคลาย เพื่อพักกายพักใจจากความเหนื่อยล้าข้างนอกบ้าน แต่นอกจากฟังก์ชันการใช้งานแล้ว โซฟาสวยๆ ก็ยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับผู้เป็นเจ้าของและบ้านได้ 

โซฟาสไตล์อังกฤษของ Alexander & James ถูกคราฟต์ขึ้นจากความพิถิพิถันทั้งด้วยความเข้าใจในทุกอิริยาบถการใช้งาน และด้วยความประณีตใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่ออกแบบ เลือกสรรวัสดุ และการประกอบ เป็นผลงานศิลปะที่สามารถเอนกายลงพักผ่อนได้

ในบทความนี้ รวบรวม 10 ผลงานศิลปะสุดภาคภูมิใจของ Alexander & James หลากสไตล์ พร้อมให้คุณเลือกสรรไปตกแต่งบ้านของคุณ และให้โซฟาของเราปลอบประโลมคุณ ในทุกวัน

1.Pemberley

รูป Pemberley บทความโซฟาสวยๆ

Pemberley

โซฟา Pemberly ในคอลเลคชั่นโคคูน (Cocooning sofa) ได้แรงบันดาลใจมาจากรังไหมที่โอบอุ้มฟูมฟักสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ด้วยดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่แรกเห็น ให้กลิ่นอายของความคลาสสิกที่แขนโซฟายังคงความโค้งไว้ และลดรายละเอียดส่วนกระดุมและหมุดให้ดูเรียบง่าย สบายๆ แบบโมเดิร์น เหมาะกับสไตล์การแต่งห้องที่หลากหลาย

นอกจากนี้ การหุ้มที่ไม่เรียบตึงจนเกินไป ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายได้เพียงแค่มอง เป็นมนต์ที่เชิญชวนให้ใครก็ตามที่ได้เห็นอยากหย่อนกายลงนั่งหรือแม้กระทั่งงีบหลับบนเบาะนุ่มๆ ที่ให้คุณเลือกได้ทั้งพนักพิงหลังมาตรฐาน (Standard back) หรือพนักพิงหลังแบบหมอน (Pillow back) เพื่อฟังก์ชันการใช้งานที่ผ่อนคลายคุณได้มากที่สุด

2.Penthouse

รูป Penthouse บทความโซฟาสวยๆ

Penthouse

Penthouse โซฟาสวยๆ เนี้ยบๆ สไตล์คูลคลับ (Cool club) ที่ชวนสะดุดตา ด้วยการผสมผสานกันทั้งความโมเดิร์นและรายละเอียดสุดคลาสสิกสไตล์อังกฤษ

โครงโซฟา (Frame) ที่ดูเรียบง่าย มีเค้าโครงเป็นเส้นตรง รูปทรงสมมาตร ประกอบกับขาโซฟาโลหะที่ให้สะท้อนแสงขรึมๆ เท่ๆ ทำให้ Penthouse ดูเนี้ยบ เรียบ คูล แบบโมเดิร์น แต่เสริมรายละเอียดแบบคลาสสิกๆ ด้วยการดึงดุมให้เกิดลวดลายที่ผนักและเท้าแขนก็ช่วยให้โซฟาดูมีระดับมากขึ้น จะเป็น Two-seater หรือ Extra two-seater หรือจะเป็นโซฟาเข้ามุม คุณก็เลือกได้อย่างใจ  

3.East

รูป East บทความโซฟาสวยๆ

East

“เท่อย่างมีระดับ” คือคำที่สามารถบรรยากาศ East ได้อย่างลงตัว เพราะดีไซน์แบบโคโลเนียล (Colonial) ที่ผสมรวมรายละเอียดสุดประณีตและวัสดุที่ให้ความหรูหราและเท่ในเวลาเดียวกัน ทั้งตัวผืนหนังสีควัน (Cal smoke leather) หรือสีช็อคโกแลตเข้มๆ เท่ๆ ขึงเรียบตึง และทั้งเบาะกำมะหยี่ที่ไล่เชคสีตามแสงที่กระทบดูหรูหราชวนมอง อีกทั้งยังเสริมรายละเอียดสุดคลากสิกอย่างการตอกหมุดที่ตัวฐาน หรือจะเพิ่มความมีระดับขึ้นไปอีกด้วยชุดหมอนที่มีสีสันและลวดลายหรูหราไม่แพ้กัน

East เหมาะกับสไตล์การตกแต่งบ้านทั้งร่วมสมัย โมเดิร์น หรือจะปรับประยุกต์เป็นแนวอิเคล็คติก (Eclectic) เลือกเสริมความ “เท่อย่างมีระดับ” ให้ห้องรับแขกของคุณ

4.Lawrence

รูป Lawrence บทความโซฟาสวยๆ

Lawrence

ความลงตัวระหว่างผืนหนังและผืนผ้าของ Lawrence คือ เอกลักษณ์ที่ส่งให้ลุคของโซฟาดูสุขุม อบอุ่น และผ่อนคลายในขณะเดียวกัน เติมเสน่ห์แบบโซฟาสไตล์อังกฤษด้วยที่เท้าแขนแบบ English rolled และขาโซฟาไม้เหลากลมเกลี้ยงแนววินเทจ เป็นความลงตัวที่เหมาะไปตกแต่งบ้านสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย 

คุณอาจเสริมเก้าอี้โซฟาข้าง (Wing chair) ในคอลเลคชั่นเดียวกันมาจัดเช็ตโซฟาให้ลงตัว หรือจะเป็นเก้าอี้โซฟาไว้ซุกตัว (Snuggler chair) อ่านหนังสือในมุมสบายๆ ก็เหมาะ

5.Mason

รูป Mason บทความโซฟาสวยๆ

Mason

Mason โซฟาที่ออกแบบมาให้อารมณ์คลาสสิกด้วยผสมลักษณะแบบโซฟาทรง Chesterfield และ Tuxedo ไว้ด้วยกัน มีรายละเอียดที่การดึงดุดสุดคลาสสิกและตัดความโค้งของแขนให้เรียบร้อยแบบ Tuxedo ประกอบกับหนังสีที่เข้ม ดูสุขุม บุและดึงเรียบ แต่ยังแฝงลุคที่ผ่อนคลายให้แข็งทือจนเกินไปด้วยการหุ้มหนังเบาะแบบหลวม อาจตัดมูดให้ดูน่าสนใจมากขึ้นด้วยเก้าอี้โซฟาและโต๊ะรองอเนกประสงค์ (Stool sofa) ที่มีแพทเทิร์น

ด้วยความคลาสสิกและหรูหรา Mason เหมาะกับการตกแต่งที่ให้อารมณ์คลาสสิก วินเทจ อิเคล็คติก (Eclectic) หรือจะคันทรี่ก็ให้ความรู้สึกเท่ได้เหมือนกัน 

6.Jean

รูป Jean บทความโซฟาสวยๆ

Jean

Jean โซฟาสไตล์ Mid-Century ลุคโมเดิร์นแบบชิคๆด้วยการปรับรูปทรงสี่เหลี่ยมให้โค้ง แลดูลื่นไหลตลอดความยาวของโซฟา ขาโซฟาไม้เหลาเกลี้ยงกลม ไม่สลักทรง หรือจะเปลี่ยนเป็นขาเหล็กที่ดูทันสมัยมากขึ้นก็ได้ 

ลวดลายจากเทคนิคการดึงดุมช่วยสร้างรายละเอียดที่มีระดับเหมาะกับห้องที่หรูหรา ส่วนสีสันของกำมะหยี่ก็ช่วยดึงลุคของ Jean ให้ดูซอฟต์ เหมาะกับการแต่งห้องรับแขกในสไตล์ร่วมสมัยจนถึงโมเดิร์น และอย่าลืมแต่งเติมความน่าสนใจให้โซฟาตัวนี้ด้วยหมอนที่เข้าชุดกัน

7.Eden

รูป Eden บทความโซฟาสวยๆ

Eden

Eden โซฟาคอลเลคชั่นอิเคล็คติก (Eclectic) ที่มีรายละเอียดและทรงที่สะดุดตา ด้วยรายละเอียดการดึงดุมและตอกหมุน ให้ความรู้สึกคลาสสิก แต่ดูโล่งด้วยขาโซฟาเรียวสูง และส่วนแขนม้วนโค้งแบบคลาสสิกที่ปรับให้เล็กเพรียวกว่าปกติ และเสริมความอิเคล็คติกด้วยหมอนหลากลาย และโต๊ะอเนกประสงค์ลายโบฮีเมียน …ไม่ว่าจะต้องการตกแต่งห้องให้คลาสสิก อิเคล็คติก คันทรี่ วินเทจ หรือจะร่วมสมัย Eden ก็ยังเหมาะ

8.Groove

รูป Groove บทความโซฟาสวยๆ

Groove and Groove Modular

Groove โซฟาที่ได้แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์สไตล์ Contemporary European หุ้มตัวโซฟาด้วยหนังสีดำหรือขาวผืนเงา เดินตะเข็บเป็นเส้นตรง สร้างรายละเอียดแบบโมเดิร์น พร้อมขาโซฟาเหล็กสีทอง เหมาะกับบ้านในสไตล์ร่วมสมัยและโมเดิร์น

นอกจากโซฟาแบบสแตนดาร์ดแล้ว Groove ยังมีคอลเลคชั่น เก้าอี้โซฟาหมุนได้ (Twister chair) ที่ออกแบบในทรงกระบอก ดีไซน์โอบคลุมน่าซุกตัวลงผ่อนคลาย และโซฟาที่เลือกประกอบกันได้ (Modular sofa) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่มากขึ้น ทั้งนี้ คุณอาจแต่งแต้มสีสันด้วยหมอนและโต๊ะพักเท้า Polly สีสด ก็เพิ่มความสนุกสนาน และความมีชีวิตชีวาให้บ้านของคุณได้ 

9.Hoxton

รูป Hoxton บทความโซฟาสวยๆ

Hoxton

Hoxton โซฟาทรง Lawson มีเสน่ห์ที่ชวนให้ใครก็ตามที่ได้มอง ก็รู้สึกอยากจะทิ้งตัวลงนั่ง เพราะรายละเอียดต่างๆ ที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่าย แต่ประณีต หุ้มตัวโซฟาเรียบเนี้ยบ แต่ส่วนคูชั่นทั้งเบาะนั่งและเบาะพิงหลังหุ้มแบบหลวมให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

Hoxton ยังมีระดับด้วยยกตัวโครงสูงขึ้นจากพื้นด้วยขาโซฟาไม้ทรงสี่เหลี่ยมขัดเกลี้ยง มีสองสไตล์ให้เลือกตกแต่ง ได้แก่ ผืนหนังสีดำราตรี (Tote Night) ที่ดูหรูหราแบบโมเดิร์น หรือจะเป็นโซฟาหุ้มผืนกำมะหยี่สีมรกต (Lavish Emerald) เชดลุ่มลึกชวนหลงใหล

10.Abraham

รูป Abraham บทความโซฟาสวยๆ

Abraham

Abraham โซฟาซิกเนเจอร์จาก Alexander & James ทรง Chesterfield สุดคลาสสิกในดีไซน์แบบ Great British ประกอบไปด้วยรายละเอียดสุดประณีตที่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ของช่าง ไม่ว่าจะเป็นการดึงดุมตลอดตัวพนักพิงและเท้าแขน การตอกหมุดเดินลาย และการเดินตะเข็บอย่างเรียบร้อย

โซฟาทรง Chesterfield เหมาะกับห้องรับแขกหรือห้องนั่งเล่นในทุกสไตล์ ได้ทั้งห้องสไตล์คลาสสิก ไปจนห้องสไตล์โมเดิร์น แต่หากกังวลว่าโซฟาทรงคลาสสิกจะใหญ่ไปสำหรับห้องของคุณ เราก็มี Abraham Junior ที่มีขนาดเล็กลงจากต้นฉบับ หรืออยากปรับสไตล์โซฟาให้เหมาะกับห้อง คุณก็สามารถเข้ามาเยี่ยมสโตร์ของเราเพื่อเลือกผืนหนังหรือเนื้อผ้า ออกแบบโซฟาของคุณเองได้

______________________

เลือกโซฟาสวยๆ คุณภาพดีด้วยฝีมือจากช่างมากประสบการณ์ ตกแต่งบ้านของคุณให้ดูดีมีระดับ พร้อมความนุ่มสบายเหนือบรรยายอันเป็นเอกลักษณ์ของโซฟา A&J 

หวังว่าโซฟาทั้ง 10 แบบในบทความนี้ น่าจะถูกใจคุณ…

เข้ามาสัมผัสความนุ่มสบายและเลือกชมคอลเลคชั่นโซฟาได้ที่ A&J Flagship Store สุขุมวิท 39 

look book

โซฟาผ้า vs โซฟาหนัง เลือกซื้อแบบไหนเหมาะกับคุณ?

Cover บทความ โซฟาผ้า

โซฟาผ้าหรือโซฟาหนังดี?

หนึ่งในคำถามยอดฮิตสำหรับใครก็ตามที่ต้องการเลือกซื้อโซฟา ซึ่งคำตอบที่ได้ก็มีหลากหลายขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวของแต่ละคน แต่ถ้าคำตอบเหล่านั้นยังไม่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ ลองดูเกณฑ์ 5 ข้อต่อไปนี้ ในการเลือกโซฟาผ้า-โซฟาหนัง ให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และบ้านของคุณ

โซฟาผ้า vs โซฟาหนัง จะเลือกอย่างไร

1.ความสบาย (Comfort)

หากเทียบกันที่ความสบาย โซฟาผ้า แน่นอนว่าให้ความสบายได้มากกว่า เพราะผ้ามีความยืดหยุ่นและให้ความรู้สึกอบอุ่น ยิ่งถ้าเป็นโซฟาผ้าวูลหรือกำมะหยี่จะให้สัมผัสที่ละเอียดอ่อน อบอุ่น ชวนให้ลูบไล้หรือซุกตัวยามค่ำคืน แม้จะเป็นตอนกลางวันก็ยังชวนให้งีบหลับฝันหวานได้

ในขณะที่ โซฟาหนัง อาจด้อยกว่าโซฟาผ้าด้านความสบายเล็กน้อย เพราะลักษณะเฉพาะตัวของผืนหนังจะซึมซับอุณหภูมิโดยรอบ ถ้าบ้านของคุณร้อน ผืนหนังจะอุ่นขึ้น หรือถ้าอากาศเย็นลง ผืนหนังก็จะเย็นลงเช่นกัน แต่ถ้ากล่าวในเรื่อง “ผิวสัมผัส” โซฟาหนังจะให้ความรู้สึกสมูทและหรูหรามากกว่า

รูปที่1 ภายในบทความ โซฟาผ้า

Porter, a relaxed & delicate fabric sofa

ถ้าคุณชอบความอบอุ่น ผิวสัมผัสสบายๆ แต่ก็ยังชอบเสน่ห์ความเป็นเอกลักษณ์ของผืนหนัง คุณอาจเลือกโซฟาที่ “มิกซ์” ระหว่าง ผ้า และ หนัง เช่น หุ้มตัวโซฟาด้วยผืนหนัง และหุ้มส่วนคูชั่นด้วยผืนผ้า

2.ความทนทานของสีสัน (Colour Durability)

ความทนทานของสีเป็นอีกเกณฑ์หนึ่งในการเลือกโซฟาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแน่นอนว่า เมื่อจะซื้อโซฟาสักตัว เราก็คงอยากใช้ไปนานๆ

สำหรับ โซฟาผ้า เรื่องของสีนั้นได้เปรียบที่มีสีสันให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย และลวดลายก็มีมากมาย สามารถเลือกสีและลายของโซฟาให้เหมาะกับสไตล์การตกแต่งบ้านในแบบต่างๆ ได้ แต่ยิ่งนานวัน ความสดใสของโซฟาผ้าก็จะลดลง ไม่ว่าจะจากแสงแดด รอยเปื้อนหรือคราบต่างๆ และการทำความสะอาด ทั้งนี้ หากเลือกโซฟาผ้าที่มีคุณภาพและดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทำความสะอาดถูกวิธี และไม่โดนแดด ก็สามารถยืดระยะเวลาเสื่อมสภาพลงได้หลายปี

ส่วน โซฟาหนัง เป็นที่รู้กันดีว่า “Leather is timeless” ยิ่งนานวัน ลวยลายจากธรรมชาติยิ่งปรากฏชัดเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักผืนหนัง สีสันของผืนหนังอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลาและการใช้งาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้โซฟาหนังเสื่อมคุณค่าลง กระนั้น ผืนหนังก็ยังมีข้อควรระวัง คือ ร่องรอยจากการขีดข่วนที่เหมือนเป็นรอยแผลเป็นไม่อาจลบให้หายหรือจางลงได้

รูปที่2 ภายในบทความ โซฟาผ้า

Chairs in different upholsteries

จะเลือกโซฟาหุ้มผ้าหรือหนังจึงอาจดูที่การใช้งานและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต หากบ้านของคุณมีเด็กๆ วัยกำลังซน คุณอาจต้องกังวลโซฟาผ้าเป็นรอยหรือคราบน้ำหวาน อาหาร หรือหากมีสัตว์เลี้ยงที่มีเล็บหรือกรง คุณคงห่วงว่าผืนหนังจะเป็นรอยขีดข่วนหรือเปล่า ทั้งนี้ การลงทุนกับโซฟาคุณภาพ มีความแข็งแรงทนทาน ก็จะช่วยลดความกังวลในเรื่องเหล่านี้ได้

3.การดูแลรักษา (Maintenance)

ผ้าและหนังมีลักษณะและความทนทานที่แตกต่างกัน โซฟาผ้าและโซฟาหนังจึงต้องอาศัยการดูแลด้วยวิธีเฉพาะ

สำหรับโซฟาผ้านั้น ตัวผ้ามีคุณสมบัติซึมซับน้ำทำให้เปื้อนได้ง่าย เกิดคราบง่าย จึงต้องทำความสะอาดหรือซักฟอก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก และหากไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีคุณภาพหรือเนื้อผ้าคุณภาพไม่ดี สีอาจซีดจางลงและด้ายอาจหลุดลุ่ย แต่ถ้าเป็นโซฟาผ้าเนื้อคุณภาพ ก็จะมีความคงทนมากกว่า ส่วนการดูแลทั่วไปก็เพียงแค่ดูดฝุ่น ทั้งนี้ ยังมีโซฟาที่สามารถถอดผ้าหุ้มออกให้เอาไปซัก หรือเปลี่ยนใหม่ได้

ในเรื่องการดูแลรักษาโซฟาหนังนั้น เพียงแค่ระวังการขีดข่วน ใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดฝุ่นหรือดูดฝุ่นเท่านั้น เพราะคุณสมบัติของหนังไม่ดักฝุ่น หรือหากเปื้อนคราบก็เพียงแค่เช็ดออก ทั้งนี้ ก็ไม่ควรแตกแดดแรงๆ เป็นเวลานาน และนานๆ ครั้งก็ควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลหนังเช็ดตลอดผืนเพื่อป้องกันหนังแห้งแตก

รูปที่3 ภายในบทความ โซฟาผ้า

Charm of Leather

4.ความปลอดภัยต่อสุขภาพ (Allergic Safety)

อีกเรื่องที่คุณอาจจะนำมาใช้ตัดสินใจหากกำลังลังเลว่าจะเลือกโซฟาผ้าหรือโซฟาหนังดี คือ คุณสมบัติของวัสดุที่จะส่งผลต่อสุขภาพและอาการภูมิแพ้

หากสมาชิกในบ้านของคุณมีใครมีอาการแพ้ฝุ่น มีสัตว์เลี้ยงที่มีขน เช่น สุนัขหรือแมว ซึ่งอาจมีขนหลุดร่วง โซฟาผ้า อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะเท่าไร เพราะตัวผ้าจะดักฝุ่นและขนสัตว์มักติดอยู่กับตัวผ้า ต้องหมั่นทำความสะอาดและดูดฝุ่นอยู่เสมอๆ

ในทางกลับกัน เนื่องจากโซฟาหนังไม่ดักฝุ่นและถ่ายเทอากาศได้ดีกว่า จึงหมดห่วงเรื่องฝุ่นและอาการภูมิแพ้ของสมาชิกในบ้านคุณ

5.สไตล์ (Style)

ความโดดเด่นของโซฟาผ้าอยู่ที่มีสีสันและลวดลาย รวมทั้งเนื้อสัมผัสที่ดูอบอุ่น เป็นกันเอง คุณอาจเลือกโซฟาผ้าที่สีสันสดใส ลวดลายสะดุดตามาแต่งห้องในสไตล์โมเดิร์น เลือกสีพาสเทลมาแต่งห้องแนววินเทจหรือสนุกกับการเล่นสีตกแต่งห้อง หรือไม่ว่าจะสไตล์ไหน โซฟาผ้าก็มีหลากหลายรูปแบบให้คุณเลือกไปแต่ง

ส่วนความโดดเด่นเป็นเสน่ห์ของโซฟาหนังนั้น คือ ความเป็นเอกลักษณ์ของสีและลวดลายที่ธรรมชาติรังสรรค์เพียงชิ้นเดียว ความมันวาวหรือขรึมด้านของผืนหนังให้ความรู้สึกหรูหรา ทรงคุณค่า หรือแม้กระทั่งดิบและน่าเกรงขาม โซฟาหนังส่วนใหญ่จึงเหมาะกับบ้านสไตล์ที่ค่อนข้างหรูหรา คลาสสิก อิเคล็คติก คันทรี่และวินเทจ ทั้งนี้ ปัจจุบันโซฟาหนังก็มีดีไซน์ออกมาหลายแบบ เหมาะกับหลากหลายสไตล์การแต่งบ้านให้เลือก

หรือถ้าอย่างรู้วิธีการเลือกโซฟาให้เหมาะกับบ้านและสไตล์การตกแต่ง อ่านต่อในบทความนี้
รูปที่4 ภายในบทความ โซฟาผ้า

Fabric and leather Hoxton

___________________

จะเลือกโซฟาผ้าหรือโซฟาหนัง? คุณมีคำตอบในใจแล้วหรือยัง ใช้เกณฑ์ 5 ข้อข้างต้นเป็นเช็คลิสต์ส่วนตัว ดูสิว่าแบบใดที่เหมาะกับคุณ

หรือถ้ายังไม่แน่ใจ เราอยากชวนคุณมาสัมผัสผืนหนังและผืนผ้าคุณภาพที่คัดสรรอย่างพิถีพิถันของโซฟา Alexander & James หรือเลือกวัสดุหุ้มกว่า 100 แบบ เพื่อดีไซน์โซฟาของคุณเอง พร้อมคำแนะนำอย่างใส่ใจจากพนักงานของเรา ที่ A&J Flagship Store สุขุมวิท 39

Mix & Match Alexander&James

10 ไอเดียและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ยกระดับความหรูหราให้บ้านของคุณ

Cover บทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้าน คุณคงได้เปิดดูตัวอย่างการตกแต่งจากนิตยสาร ในบทความรวมแบบบ้าน หรือแม้กระทั่งในโชว์รูมที่เนรมิตห้องเสมือนจริงกันมาบ้าง ที่ล้วนแล้วให้ความรู้สึกถึงความน่าอยู่ ดูดี มีระดับ ไอเดียและวิธีเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งแบบใดกัน ที่ทำให้ภาพรวมของแบบบ้านเหล่านั้นดูกลมกล่อม มีระดับ

ในบทความชิ้นนี้ เราได้ถอดรหัสการตกแต่งภายในและการเลือกสรรเฟอร์นิเจอร์และของใช้ตกแต่งบ้าน ออกมาเป็น 10 ไอเดีย ให้คุณเลือกหยิบไปตกแต่ง เลือกสรร เพื่อยกระดับความหรูหราให้บ้านของคุณในทุกสไตล์

1.คุมโทนของบ้านให้ดูดีด้วย Colour Schemes

รูปภาพ การคุมโทน ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Colour Scheme for Home Decorating

ที่มารูปภาพ

ภาพรวมของห้องต่างๆ รวมถึงบ้านของเรา จะให้ความรู้สึกอย่างไร จะดูดีหรือไม่ เริ่มต้นมาจาก ‘สีสัน’ ที่เราเลือกใช้ในการตกแต่ง ตั้งแต่สีของผนัง สีของเฟอร์นิเจอร์ และของใช้ของตกแต่งอื่นๆ หากคุมโทนสีให้ลงตัว บ้านของคุณก็จะดูดีมีระดับได้ไม่ต่างจากแบบบ้านที่คุณชื่นชอบ

วิธีการเลือกใช้สีเพื่อตกแต่งบ้านนั้น ก็มีตัวช่วยให้คุณเลือกใช้สีที่ดูดี เข้ากันได้ ด้วย Colour Schemes ตัวช่วยกลุ่มสีที่อยู่ด้วยกันแล้วสวย ซึ่งสำหรับการตกแต่งบ้านก็ใช้ Colour Schemes อยู่ หลักๆ 3 กลุ่มที่ใช้แล้วไม่พลาด ยึดหลักตามวงล้อแห่งสี ได้แก่

  • Analogous หรือกลุ่มสีโทนเดียวกัน เช่น แดง-ส้ม-เหลือง
  • Complementary หรือกลุ่มสีที่มีโทนตรงกันข้ามกัน เช่น ฟ้า-แดง และม่วง-เหลือง
  • Triadic หรือกลุ่มสีแบบสมดุล ประกอบไปด้วยกลุ่มสีน้ำหนักเดียวกัน 3 โทน เช่น เหลือง-แดง-น้ำเงิน

จากตัวอย่างจะเป็นการโลกใช้สีแบบ Analogous หรือสีโทนเดียวกัน ได้แก่ เทาและน้ำตาล แต่เพิ่มความน่าสนใจด้วยสีคู่ตรงข้าม คือ สีฟ้า เล็กน้อย ในสัดส่วน 70-30-10 ซึ่งเป็นกฎวิเศษที่ทำให้ภาพรวมดูดี โดยเลือกสีเทาเป็นสีหลักทาผนัง เลือกใช้สีโทนน้ำตาลภาพเฟอร์นิเจอร์ และเติมสีฟ้าในรายละเอียด

2.ประดับงานศิลปะ สื่อรสนิยม

รูปภาพ ประดับงานศิลปะ ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Enhance Your Home by Hanging Art Pieces

ที่มารูปภาพ

งานศิลปะหรือภาพวาดที่ดูดีมีระดับ เพียงหาจังหวะการแขวนบนผนังที่เหมาะๆ ก็ช่วยให้บ้านของคุณดูดีมีรสนิยมขึ้นได้มาก

แนวทางการเลือกภาพประดับนั้น ให้ลองมองภาพรวมของห้องว่าเราจะจุดความน่าสนใจให้ห้องด้วยสีสันแบบใดหรือลวดลายแบบใดที่เหมาะ ไม่ทำให้ห้องดูทึมหรือกลืนกันไปหมด เพราะการแขวนภาพจะช่วยตัดอารมณ์ในห้องได้ นอกจากนี้ งานศิลปะยังสื่อถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านที่ละเอียดอ่อน และซาบซึ้งกับผลงานสร้างสรรค์

3.โซฟา เฟอร์นิเจอร์ช่วยตกแต่งบ้านให้ดูหรู

รูปภาพ โซฟา ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Luxurious Touch to an Elegant Sofa

โซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่และใช้งานบ่อยมากที่สุดชิ้นหนึ่ง ความพิเศษของโซฟาไม่ใช่แค่ความนุ่ม ความอบอุ่นที่ให้ความผ่อนคลายแก่ผู้มาอาศัยและผู้มาเยือน แต่ยังช่วยกำหนด Mood & Tone ของห้องได้

หากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นตกแต่งห้องอย่างไรให้ออกมาหรูหรา คุณอาจเลือกโซฟาหนังหรือโซฟาหุ้มกำมะหยี่ที่มีสีสันและลวยลายเป็นเอกลักษณ์ แสงและเงาที่กระทบลงโซฟาจะดูมีเสน่ห์ ให้ความหรูหราน่ามอง นอกจากนี้ ถ้าเลือกโซฟาที่โครง (Frame) ดูโอ่อ่า เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านตัวนี้ก็จะช่วยยกระดับห้องของคุณให้โอ่อ่ามีระดับขึ้น และอย่าลืมเรื่องสีและสไตล์ของห้องที่กลมกลืนกัน

โซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ถือเป็นการลงทุนระยะยาว เลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานและสไตล์ให้เหมาะและคุ้มค่าที่สุด

4.สร้างรายละเอียดให้บ้านด้วยของตกแต่ง

รูปภาพ สร้างรายละเอียด ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Rich and Luxurious Details

การตกแต่งประดับประดาห้องน่าจะเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านทั้งหลายหลงใหล ข้าวของชิ้นเล็กๆ น้อย สามารถสร้างเสน่ห์และยกระดับความหรูหราให้บ้านของคุณได้

ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะข้างโซฟาเซ็ต หมอนที่มีสีสันและลวดลายชวนสะดุดตาเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องได้ หรือตกแต่งด้วยกระถางไม้ประดับเล็กๆ และหุ่นประดับที่เลือกสรรมาให้เหมาะกับห้อง รายละเอียดเล็กๆ ที่คุณเลือกสรรมาเอง จะให้บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อมีใครมาเยือน เขาก็จะสัมผัสได้ถึงความพิเศษเฉพาะตัว

อย่าลืมใส่ใจกับรายละเอียด เพราะรายละเอียดแสดงถึงความพิถีพิถันที่สื่อถึงความหรูหรามีราคา

5.เลือกโต๊ะรับประทานอย่างใส่ใจ และจัดโต๊ะให้พร้อมรับประทาน

รูปภาพ จัดโต๊ะ ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Impressed by Dining Table

ที่มารูปภาพ

โต๊ะรับประทานอาหาร เป็นอีกเฟอร์นิเจอร์ที่ควรเลือกอย่างพิถีพิถัน เพราะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่จะรับใช้เราไปอีกนาน และไม่ใช่แค่ฟังก์ชันของโต๊ะ แต่โต๊ะยังเป็น “หน้าตา” ของบ้านได้ เมื่อมีแขกหรือเพื่อนๆ มาเยี่ยมเยือน โต๊ะรับประทานอาหารเป็นอีกสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้พวกเขาได้ ไม่ว่าจะจากเนื้อไม้ที่ขัดเรียบเนียน หรือรายละเอียดเล็กๆ เช่นขาโต๊ะ หรือขอบโต๊ะ

ทั้งนี้ หากคุณจัดโต๊ะให้พร้อมสำหรับมื้อสุดพิเศษอยู่เสมอ ก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะโชว์ถ้วยชามเครื่องงามที่คุณสะสมไว้ได้อีกด้วย

6.จุดความสนใจ และยกระดับความหรูหราด้วย Statement piece

รูปภาพ จุดความสนใจ ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Inspiration for Making the Room More Fascinating

บนภาพวาดภาพหนึ่งนั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้างที่ทำให้รูปนั้นสวยงาม น่าสนใจ สิ่งนั้นอาจได้แก่ วิธีการใช้สี ฝีแปรง การจัดวางองค์ประกอบของภาพ และจุดสนใจ เช่นเดียวกับการจัดเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านให้ดูดี องค์ประกอบและจุดโฟกัส คือ เรื่องสำคัญที่จะทำให้ห้องห้องนั้นดูอึดอัดหรือโปร่งโล่ง น่าสนใจหรือน่าเบื่อ

นอกจากการสมดุลเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องไม่ให้หนักที่มุมใดมุมหนึ่งเกินไป จัดออกมาให้ ‘พอดี’ แล้ว แนะนำให้แต่ละห้องมี Statement piece เพื่อสร้างจุดความน่าสนใจให้ห้องห้องนั้นได้ ซึ่งอาจเป็นได้หลายอย่าง เช่น โคมไฟระย้า งานปฏิมากรรม ตู้ไม้แกะจากต่างประเทศ โซฟาที่ดูสะดุดตาน่ามอง หรือเป็นสิ่งอื่นๆ ที่เมื่อใครก็ตามที่เข้ามาในห้องจะมองสิ่งนั้นเป็นสิ่งแรก

แนะนำว่า ในแต่ละห้องไม่ควรมี Statement piece เกิน 1 – 2 ชิ้น เพราะจะแย่งความสนใจกัน ทั้งนี้ ก่อนเลือกหา Statement piece มาตกแต่ง ให้ลองมองภาพรวมของห้องก่อนว่า ห้องขาดจุดโฟกัสหรือเปล่า และถ้าขาดควร จะเลือกของตกแต่งใดมาประดับ  

7.ปลอกหมอนและเครื่องหุ้มชุดที่นอน

รูปภาพ ปลอกหมอน ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Delux Bedclothes

ที่มารูปภาพ

ปลอกหมอน ผ้าปู ผ้าห่ม ถือเป็นไอเทมอีกกลุ่มที่ช่วยยกระดับความหรูหราให้ห้องนอนของคุณได้ โดยไม่ต้องลงทุนมาก เพราะที่นอนคือส่วนประกอบหลักของห้องนอน ถือเป็นจุดสนใจของห้อง และยังเป็นตัวกำหนดอารมณ์และความรู้สึกของห้องห้องนั้น

เพียงพิถีพิถันกับการเลือกวัสดุ สีสัน ลวดลายของชุดเครื่องนอนที่ดูสวยงาม มีราคา และเรื่องสัมผัส (Texture) ที่เพียงลูบไล้ก็ให้ประสบการณ์เหนือระดับแก่แขกที่มาพักได้

8.จัดชั้นหนังสือให้น่าสนใจ และเป็นมากกว่าชั้นวางหนังสือ

รูปภาพ ชั้นหนังสือ ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

A Storytelling Bookshelf

ที่มารูปภาพ

ชั้นวางหนังสือ เป็นอีกองค์ประกอบที่จะขาดไม่ได้สำหรับห้องรับแขกหรือห้องนั่งที่ดูดีมีระดับ ช่วยเติมเต็มห้องนั่งเล่นให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

คุณสามารถสร้างแบรคกราวน์ที่ขับให้ห้องรับแขกของคุณมีเสน่ห์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยหนังสือหลากประเภทที่คุณชื่นชอบ บ่งบอกผู้มาเยือนว่าสิ่งใดที่คุณสนใจ สร้างบทสนทนาให้ห้องรับแขกได้จากหนังสือบนชั้น นอกจากนี้ อย่าปล่อยให้ชั้นหนังสือเป็นแค่ที่วางหนังสือ ใช้ชั้นวางเหล่านี้บอกเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจของคุณผ่านของสะสมจากการเดินทาง หรือหนังสือจากต่างแดน

9.แทรกรายละเอียดให้บ้านน่าสนใจด้วย “วินเจต” (Vignette)

รูปภาพ วินเจต ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

Style Your Room with Vignette

ที่มารูปภาพ

เคยสังเกตไหมว่าตามมุมเล็กๆ ข้างโซฟาเซต ข้างเตียงนอน หรือการตกแต่งโต๊ะคอนโซล หรือจะเป็นของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยบนโต๊ะกาแฟ สิ่งเหล่านนี้เรียกรวมกันว่า “วินเจต” (Vignette)

วินเจตจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับมุมต่างๆ ของบ้าน จุดใด มุมใดที่รู้สึกว่าขาดชีวิตชีวา ขาดรายละเอียดไป คุณลองจัดวินเจตด้วยของตกแต่งเล็กๆ เช่น ตุ๊กตา การ์ด เรื่องเซรามิกชิ้นเล็ก หรือไม้ประดับขนาดย่อมลงในถาด หรืออย่างที่นิยมกันมากคือการจัดชุดชากระเบื้องไว้บนโต๊ะกาแฟหรือโต๊ะรับประทานอาหาร ก็ดูหรูหราไม่น้อย

10.สร้างความประทับใจด้วยการเลือกของใช้ธรรมดาๆ

รูปภาพ ของใช้ ภายในบทความ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน

An Extraordinary Boring Utensils

ที่มารูปภาพ

การจะตกแต่งบ้านให้สวยงาม มีระดับ แน่นอนว่าเราคงมองหาของตกแต่งสวยๆ ที่เหมาะกับบ้านเราเป็นสำคัญ แต่นอกจากของตกแต่งแล้ว ของใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทั่วไป เราก็ไม่ควรมองข้าม

คุณลองนึกดูว่า หากบ้านที่ตกแต่งสวยงาม มีสไตล์ที่ชัดเจนน่าสนใจ แต่ของใช้อย่างผ้าเช็ดมือ แก้วน้ำ หรือที่รองสบู่ “ไม่เข้าพวก” ภาพรวมของการตกแต่งบ้านก็จะสะดุด กลับกัน หากคุณใส่ใจเลือกสรรของใช้แต่ละอย่างให้ไปในทางเดียวกัน รายละเอียดที่พิถีพิถันเลือกเหล่านี้ จะสร้างความสมบูรณ์และหรูหราให้บ้านของคุณได้

คุณคิดว่า แขกที่ได้มาใช้ข้าวของที่คุณตั้งใจเลือก เขาจะประทับใจแค่ไหน

_______________________

ไอเดียและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านที่ช่วยยกระดับความหรูหราให้กับบ้านของคุณที่รวบรวมมาทั้ง 10 ข้อข้างต้นนั้น จริงๆ แล้วมีหัวใจสำคัญอยู่เพียงข้อเดียว นั่นคือ ความพิถีพิถันและความใส่ใจในทุกรายละเอียด ที่สามารถสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจได้

ความตั้งใจในการเลือกสรรสิ่งต่างๆ เข้ามาตกแต่ง ตั้งแต่การเลือกรายละเอียดเล็กๆ ของใช้ทั่วไป ไปจนการเลือกเฟอร์นิเจอร์ องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้แม้ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะประกอบเป็นภาพใหญ่ที่สวยและมีระดับ

Footer_04042019_03-1

โซฟาหนังแท้ vs. โซฟาหนังเทียม ต่างกันอย่างไร แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

Cover บทความโซฟาหนังแท้

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจำนวนมากจะอยากได้โซฟาหนังสักตัวมาไว้ที่บ้าน เพราะนอกจากลุคที่ดูสวยคลาสสิกเหนือกาลเวลาแล้ว โซฟาหนังแท้ดีๆ ยังขึ้นชื่อเรื่องความนุ่มสบายและการดูแลทำความสะอาดที่ง่าย เพียงปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าหมาดๆ นานๆ ครั้ง ก็เพียงพอแล้วสำหรับการดูแลทั่วไป ต่างจากโซฟาผ้าที่ค่อนข้างเก็บฝุ่นและต้องถอดซักเป็นประจำ

แต่ด้วยเหตุผลเรื่องราคา คำถามแรกๆ ที่ตามมาเมื่อคิดจะซื้อโซฟาหนังจึงหนีไม่พ้นเรื่องของความคุ้มค่าระหว่างโซฟาหนังแท้กับโซฟาหนังเทียม เพราะโซฟาหนังแท้นั้นมีราคาสูงกว่าหนังเทียมค่อนข้างมาก ขณะที่หนังเทียมก็ถูกนำมาใช้งานแพร่หลายขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยและใกล้เคียงกับหนังแท้

บทความนี้จึงจะพาคุณมาหาคำตอบกันว่า หากเปรียบเทียบตามคุณสมบัติเป็นข้อๆ แล้ว หนังแท้กับหนังเทียมมีข้อเด่นและข้อด้อยต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อที่คุณจะนำไปพิจารณาได้ว่า โซฟาแบบไหนที่คุ้มค่ากับการลงทุนและเงื่อนไขของคุณมากกว่ากัน

1. ความสวยงาม

รูปที่ 1 ภายในบทความ โซฟาหนังแท้

“Nature creates, never duplicate.” อะไรที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จะมีความสวยงามเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ท้องฟ้ายามเช้าไม่เคยเหมือนเดิมสักวัน เช่นเดียวกับที่หนังแท้แต่ละผืนก็มีคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน ทั้งเฉดสี ลวดลาย รวมถึงความไม่สมบูรณ์แบบเล็กๆ น้อยๆ ที่ถือเป็นเสน่ห์ที่หาไม่ได้จากหนังเทียม

นอกจากเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกันซักผืนแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปโซฟาหนังแท้ยังจะปรากฎลวดลาย ความเข้มอ่อนของสี รวมถึงรอยยับย่นที่เปลี่ยนไปตามการใช้งาน สร้างเสน่ห์ให้ดูมีมิติมากขึ้น ดังนั้นหากจะบอกว่าโซฟาหนังแท้เป็นเฟอร์นิเจอร์มีชีวิตที่สะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องก็คงไม่ผิดนัก

ส่วนโซฟาหนังเทียมนั้นแม้จะไม่ได้มีลวดลายที่เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมเหมือนกับหนังแท้ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าหนังเทียมซึ่งผลิตขึ้นได้เอง ก็ย่อมมีข้อดีตรงที่มักจะมีตัวเลือกเรื่องสีและพื้นผิวที่หลากหลายกว่า และหากเป็นหนังเทียมคุณภาพดี ก็สามารถเลียนแบบสีสันของหนังแท้ได้ดีพอสมควร ยิ่งไปกว่านั้นคือบางคนอาจมองได้ว่าหนังเทียมดูเรียบง่าย ไม่มีลวดลาย และไม่มีตำหนิตามธรรมชาติอย่างหนังแท้ที่หลายคนมองว่ามีเสน่ห์

2. ผิวสัมผัส

รูปที่2 ภายในบทความ โซฟาหนังแท้

หนึ่งในคุณสมบัติของหนังแท้ที่เทคโนโลยีการผลิตหนังเทียมยังเทียบชั้นไม่ติดก็คือเรื่องของการระบายอากาศ เนื่องจากหนังเทียมนั้นเป็นวัสดุสังเคราะห์ซึ่งมักจะทำจากวัสดุ 2 ชนิดหลักๆ คือ PVC (polyvinyl chloride) และ PU (polyurethane)

หากลองมองดูใกล้ๆ จะสังเกตเห็นได้ว่าหนังแท้มีรูขุมขนจำนวนมากทำให้สามารถระบายเหงื่อได้ดี โซฟาหนังแท้จึงนั่งสบาย ให้ผิวสัมผัสที่ดี เพราะไม่ร้อน อับชื้น หรือเหนอะหนะผิว หากได้ประกอบกับโครงไม้และเบาะรองนั่งที่ได้มาตรฐาน โซฟาหนังแท้ก็จะยิ่งให้ความรู้สึกที่ยืดหยุ่นนุ่มสบายถึงขีดสุด มากไปกว่านั้นคือยิ่งใช้ยิ่งนุ่ม เพราะธรรมชาติของหนังแท้จะอ่อนนุ่มขึ้นเมื่อได้รับการสัมผัสบ่อยครั้ง

3. อายุการใช้งาน

รูปที่3 ภายในบทความ โซฟาหนังแท้

หนังเป็นหนึ่งในวัสดุที่มีความคงทนสูงมาก หากผ่านกระบวนการฟอกและเตรียมวัสดุที่ได้มาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอไม่ให้แห้งกรอบ ไม่โดดแดดหรือความร้อน โซฟาหนังแท้จะมีอายุการใช้งานหลายสิบปีโดยที่สีไม่ซีดลง

ขณะที่หนังเทียมจะมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับเกรดของวัสดุ เมื่อหมดอายุการใช้งาน หนังเทียมจะลอกเป็นขุยเป็นแผ่น ซึ่งทำให้ดูไม่สวยงามและติดขึ้นมากับผิวหรือเสื้อผ้า ทำให้จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวใหม่ทันที

โซฟาที่ใช่ คือโซฟาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงจะได้เห็นแล้วว่าคุณสมบัติโซฟาหนังแท้ย่อมจะมีคุณภาพสูงกว่า และมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายมากกว่า เพราะหนังแท้นั้นมีจุดเด่นที่หาไม่ได้จากโซฟาหนังเทียมคือ “ยิ่งใช้ ยิ่งสวย ยิ่งนุ่มสบาย” แต่หากว่าคุณยังลังเลว่าจะเลือกโซฟาหนังแท้หรือหนังเทียม เราขอแนะนำว่าให้พิจารณาจากวัตถุประสงค์เป็นหลัก

ถ้าคุณมองถึงการใช้งานในระยะยาว การลงทุนกับโซฟาหนังแท้ย่อมเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า เว้นเสียแต่ว่าคุณเป็นคนเบื่อง่าย มีงบจำกัด หรือกำลังมองหาโซฟาเพื่อประดับร้านหรือห้องที่ไม่ได้มีความสำคัญหรือใช้งานบ่อยนัก แต่ยืนยันว่าต้องการลุคคลาสสิกที่ได้จากหนังมากกว่าผ้า ก็ไม่ผิดหากจะเลือกโซฟาหนังเทียมหรือลองหันไปพิจารณาโซฟาผ้าสวยๆ แทน

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราอยากย้ำก็คือ อย่าลืมว่าโซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ไม่นิยมเปลี่ยนบ่อยๆ เหมือนข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ในบ้าน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเลือกซื้อโซฟาหนังแท้หรือหนังเทียม ควรจะต้องตรวจสอบคุณภาพของวัสดุ กระบวนการฟอกที่ได้มาตรฐาน รวมถึงความประณีตในการตัดเย็บให้ดี เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้เลือกสิ่งที่คุ้มค่าและเหมาะสมที่สุดให้กับตัวเองแล้ว

Footer - Look Books

5 แบบห้องนั่งเล่นสวยๆ หลากสไตล์ [ที่คุณไม่ควรพลาด]

Cover บทความ ห้องนั่งเล่นสวยๆ

จุดใดในบ้านที่จะสร้างความประทับใจให้กับแขกที่มาเยือน และให้คุณได้ผ่อนคลาย เติมเต็มพลังในชีวิตให้คุณได้ ถ้าไม่ใช่ห้องนั่งเล่นสวยๆ มีโซฟานุ่มสบาย มีบรรยากาศห้องที่ผ่อนคลาย และแวดล้อมไปด้วยข้าวของที่คุณรักในสไตล์ที่คุณหลงใหล หลายๆ คนจึงชอบที่จะตกแต่งห้องนั่งเล่นเป็นอย่างมาก

หากคุณคือคนหนึ่งที่อยากแต่งห้องนั่งเล่นของคุณให้ออกมาสวยสมใจ ลองมาดู 5 สไตล์ห้องนั่งเล่นที่เราคัดสรรมา เผื่อว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่งห้องนั่งเล่นสวยๆ ของคุณที่บ้านกัน

1.Traditional Living Room

Traditional Living Room ในบทความ ห้องนั่งเล่นสวยๆ

A warm and cozy traditional living room
ที่มารูปภาพ

สไตล์ห้องนั่งเล่นสไตล์แรก เราอยากแนะนำให้คุณรู้จัก Traditional Style หรือห้องนั่งเล่นแบบดั้งเดิม เพราะไม่ว่าอย่างไร สไตล์นี้ก็ไม่เคยล้าหลัง สวยงาม และให้บรรยากาศ “ห้องนั่งเล่น” ที่ผ่อนคลายจริงๆ

สไตล์ Traditional ออกแบบมาจากความต้องการห้องนั่งเล่นในอุดมคติ คือ “ความผ่อนคลาย” และ “ความเรียบง่าย” ซึ่งจะสะท้อนออกมาจากดีไซน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น…

  • โซฟาเซ็ตที่มีดีไซน์ดูสบาย และที่สำคัญต้องนั่งได้สบายด้วย
  • ขอบและเส้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือโครงห้องจะต้องไม่ดูแข็ง หรือโดดออกมา
  • โทนสีและแสงในห้องจะเป็นโทนอบอุ่นหรือโทนที่สบายตา ไม่ฉูดฉาด
  • ความโค้ง เว้า ไม่ว่าจะเป็นเส้นหรือรูปร่างจะช่วยให้ภาพรวมดูลื่นไหล ลดความตึงเครียด
  • ความกลมกลืนกันของเฟอร์นิเจอร์ เครื่องประดับ และตัวห้อง

องค์ประกอบต่างๆ ข้างต้น แม้จะดูผ่อนคลาย แต่สำหรับบางคนอาจเกรงว่า จะน่าเบื่อไปหรือไม่ สไตล์ Traditional จำเป็นต้องน่าเบื่อหรือเปล่า

จริงๆ แล้ว หากคุณชอบสไตล์นี้ แต่ก็ไม่อยากให้ห้องนั่งเล่นของคุณขาดชีวิตชีวา คุณสามารถแทรกรายละเอียดต่างๆ ลวดลายสวยๆ ลงไปตามหมอนแต่ละใบ แจกันดอกไม้หรือแจกันวางโชว์ ของประดับเล็กๆ น้อยๆ วางบนโต๊ะกาแฟ หรือจะตกแต่งห้องด้วยต้นไม้ในอาคารก็จะช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ห้องของคุณได้

2.Contemporary Living Room

Contemporary Living Room ในบทความ ห้องนั่งเล่นสวยๆ

Hoxton in Contemporary living room

สไตล์ Contemporary เป็นห้องนั่งเล่นอีกสไตล์ที่หลายคนพูดตรงกันว่าสวย ดูสบาย เป็นสไตล์ที่น่าอยู่ กระนั้น แม้ว่าจะชอบสไตล์นี้เพียงใด หลายคนก็ยังสับสนกับการตกแต่งแบบ Modern หรือแบบ Traditional บางคนแต่งห้องไปมา จากที่ตั้งใจให้ออกมาเป็นแบบ “คอนเทมพ์” แต่ดูอีกที ก็ไม่ใช่เลย

ประเด็นความสับสนนี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะตัวสไตล์ Contemporary หรือ “ร่วมสมัย” ก็มีลักษณะของความ “ทันสมัย” หรือ “Modern” อยู่ด้วย โดยสไตล์ร่วมสมัยจะถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ในแต่ละยุคสมัย ดังนั้น หากคนยุคนี้นิยมสไตล์งานโมเดิร์น การตกแต่งห้องนั่งเล่นสวยๆ ในสไตล์ร่วมสมัยจึงมีความคล้ายคลึงกัน

มาดูกันว่าองค์ประกอบแบบไหนบ้างที่จะให้ความรู้สึกแบบห้องนั่งเล่นสไตล์ Contemporary

  • ขอบ เส้น และรูปร่างเกลี้ยงๆ สะอาดตา
  • โซฟาและเฟอร์นิเจอร์ที่ดูอบอุ่น น่าผ่อนคลาย
  • มีพื้นที่เปิดโล่ง (Open space) ให้อากาศหรือแสงธรรมชาติเข้า
  • มีความผสมผสานกันระหว่างดีไซน์ที่ทันสมัยกับรายละเอียดที่แลดูอบอุ่น

หากคุณชื่นชอบสไตล์ห้องนั่งเล่นแบบร่วมสมัย คุณอาจตกแต่งห้องโดยการผสมผสานดีไซน์โมเดิร์นและรายละเอียดเก่าๆ ความไม่สมบูรณ์ เช่น ลายไม้ ลายหิน และที่สำคัญอย่าลืมหาพื้นที่เปิดโล่ง หากไม่สะดวกอาจเลือกใช้หน้าต่างกระจกก็ได้ ทั้งนี้ อย่าลืมพิจารณาหาโซฟานุ่มๆ เลือกใช้สีสันและดีไซน์ที่เก๋ไก๋ แต่กลมกลืน

3.Mediterranean Living Room

Mediterranean Living Room ในบทความ ห้องนั่งเล่นสวยๆ

Beach vibes in Mediterranean living room

ที่มารูปภาพ

ถือเป็นอีกสไตล์ที่โดดเด่นมากๆ ให้อารมณ์ “Exotic” หรือรู้สึกเหมือนอยู่ต่างแดน ด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับลักษณะเด่นและความงดงามของหาดและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ลักษณะของห้องนั่งเล่นสไตล์นี้ จะเปิดโล่ง มักใช้ประตู-หน้าต่างที่ค่อนข้างใหญ่ เพื่อเปิดรับลมทะเลและเพื่อให้มองเห็นแสงแดด ชายหาด หรือมหาสมุทร ถือเป็นห้องนั่งเล่นสวยๆ ชิลๆ เหมาะกับคนที่ชอบทะเลและชายหาด หากคุณอยากเนรมิตห้องนั่งเล่นของคุณให้มีบรรยากาศแบบนั้น ลองพิจารณาองค์ประกอบเหล่านี้

  • ประตูหน้าต่างกว้างๆ โล่งๆ หันหน้าสู่วิวกว้างๆ
  • โทนสีสว่างผสมผสานกับเอิร์ธโทน
  • พื้นกระเบื้องดินเผา
  • พรมเปอร์เซีย
  • เฟอร์นิเจอร์ไม้ คานไม้ ขอบประตูไม้
  • ต้นไม้ประดับสไตล์โทปิคอล

หากบ้านของคุณอยู่นอกเมือง อยู่ใกล้ภูเขา หันหน้าสู่ท้องทุ่ง หรือพื้นที่โล่งๆ คุณสามารถจัดห้องนั่งเล่นของคุณให้สวย น่าอยู่ในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนได้แน่นอน แต่หากบ้านของคุณอยู่ในเมือง กระจก หน้าต่าง และพื้นที่เปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามา จะช่วยสร้างบรรยากาศแบบชายทะเลได้เช่นกัน นอกจากนี้ อาจหาของตกแต่งเล็กๆ แบบพื้นบ้านมา ก็จะยิ่งเสริมความ “Exotic” ให้ห้องของคุณได้อีก

4.Eclectic Living Room

Eclectic Living Room ในบทความ ห้องนั่งเล่นสวยๆ

An elegant Bloomsbury with eclectic interior design  

สไตล์การตกแต่งบ้านและห้องนั่งเล่นแบบอิเคล็คติก (Eclectic Interrior design) ค่อยๆ ได้รับความนิยมขึ้นมากๆ เพราะหลายๆ คนที่เป็นนักสะสม หรือ “นัก Mix & Match” เห็นอะไรก็ชอบไปหมด อยากจับนู่นนิด อันนี้หน่อยมาสร้างสรรค์งานศิลปะให้กับบ้าน

หัวใจของการตกแต่งห้องนั่งเล่นแบบอิเคล็คติก คือ การผสมผสานความหลากหลาย ไม่ว่าจะมาจากหลากยุค เก่า-ใหม่ หรือมาจากหลากหลายสไตล์ หลายประเทศ ทำให้ภาพของห้องนั่งเล่นอาจจะออกมาดู “เยอะ” แต่ถ้าจัดดีๆ ก็ “ยูนีค” ใช่เล่น

สนใจห้องนั่งเล่นสไตล์นี้หรือเปล่า ลองดูคำแนะนำต่อไปนี้

  • สร้างคอนทราสต์ระหว่าง “เก่า” – “ใหม่” เช่น โซฟาสไตล์แอนทีคกับเก้าอี้แนวโมเดิร์น
  • รวมหลากหลายสไตล์ เช่น ห้องโมเดิร์น กับเฟอร์นิเจอร์แนววินเทจ
  • เพิ่มลวดลายให้ห้องด้วยผ้าทอ พรม หรือปลอกหมอนลวยลายต่างกัน
  • ไม่ซื้อเฟอร์เจอร์หรือโซฟาเป็นเซ็ตเดียวกัน
  • ไม่ลืมหา Statement pieces เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของคุณ และสร้างจุดสนใจ
  • ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ละเลงความเป็นคุณให้ห้อง

เทคนิคในการจัดห้องนั่งเล่นสวยๆ สไตล์อิเคล็คติกนั้น ก็ต้องจัดวางสิ่งต่างๆ ให้มีที่ทางของตัวเอง ทุกอย่างสามารถบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง ไม่ถูกของชิ้นใดกลบความน่าสนใจ นอกจากนี้ พื้นที่ว่าง และจุดสายตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการจัดห้องให้ออกมาสวยพอดี ไม่ “เยอะ”

5.Cottage Living Room

Cottage Living Room ในบทความ ห้องนั่งเล่นสวยๆ

A fresh cottage living room

ที่มารูปภาพ

การตกแต่งบ้านในสไตล์คอทเทจ (Cottage) เป็นหนึ่งในสไตล์ที่หลายคนมักมีภาพจำของบ้านสไตล์คันทรี หรือคาบิน (Cabin) ที่ให้โทนสีน้ำตาลจากไม้และหินที่เอามาตกแต่ง และเตาผิงไฟ แต่จริงๆ แล้ว หลักในการตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์คอทเทจนั้น จะเน้นที่ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย และอบอุ่นเป็นมิตร โทนของห้องนั่งเล่นสไตล์คอทเทจจึงออกมาทางโล่งๆ สะอาดตา และมีความ “Personal touches” หรือประสบการณ์ประทับใจแบบส่วนตัวๆ

องค์ประกอบที่อยากแนะนำเพื่อสร้างบรรยากาศแบบกระท่อมน้อยๆ ท่ามกลางความอบอุ่น ผ่อนคลาย เช่น

  • ตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วยโทนสีอ่อน สบายตา
  • ปล่อยให้มีแสงธรรมชาติเข้ามาได้มาก
  • เลือกโซฟาที่มีดีไซน์เรียบง่าย และนุ่มสบาย
  • ควบคุมองค์ประกอบไม่ให้เยอะเกินไป
  • ใช้เฟอร์นิเจอร์หรือตกแต่งด้วยของทำมือ ไม่เฟอร์เฟ็ค
  • ไม้คือวัสดุที่ช่วยสร้างความรู้สึกที่เป็นมิตร ผ่อนคลาย

องค์ประกอบที่แนะนำเหล่านั้นจะช่วยสร้าง Personal Touches ให้กับห้องนั่งเล่นของคุณ ไม่ว่าจะสัมผัสจากเนื้อไม้ เครื่องจักสาน หรือของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณเลือกหามาเอง และอาจเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ห้องด้วยต้นไม้ประดับเล็กๆ มีสีเขียวในห้องหน่อยก็จะรู้สึกสดชื่น อยากเพิ่มความอบอุ่นก็อาจพิจารณาพรมและหมอนมาตกแต่งเพิ่มกับโซฟาอุ่นๆ นุ่มๆ ได้

_________

ห้องนั่งเล่นคือห้องที่คุณใช้เวลาทำกิจกรรมและใช้เวลาเพื่อผ่อนคลาย เต็มเติมพลังชีวิตมากที่สุด หากเรามีห้องนั่งเล่นสวยๆ ที่ถูกใจ ในบรรยากาศที่เราหลงใหล กลับบ้านมาเมื่อไร ก็สัมผัสกับประสบการณ์ของความผ่อนคลายในสไตล์ที่คุณชื่นชอบ

5 แบบห้องนั่งเล่นสวยๆ จาก 5 สไตล์เหล่านี้ หวังว่าจะถูกใจคุณสักแบบ หรือเป็นไอเดียให้คุณนำไปออกแบบห้องนั่งเล่นของคุณเอง

อยากแต่งห้องด้วยตัวเองแล้วไหมล่ะ?

LookBooks - Post Footer

5 สไตล์การตกแต่งภายในบ้าน [แบบผู้ดีอังกฤษ]

Cover บทความ ตกแต่งภายในบ้าน

สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบ้านหลายท่านตั้งตารอ เวลามีบ้านหลังใหม่ คือการตกแต่งภายในบ้าน ให้มีรูปแบบและบรรยากาศตามที่ตัวเองชื่นชอบ โดยสะท้อนถึงรสนิยมของเจ้าของบ้านออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้ทุกย่างก้าวในบ้าน แวดล้อมไปด้วยความอบอุ่น ในบรรยากาศที่พึงใจ และเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง

การตกแต่งบ้านในสไตล์อังกฤษเป็นอีกสไตล์ยอดนิยมที่หลายคนหลงรัก เพราะบรรยากาศของบ้านสไตล์อังกฤษ จะให้ความรู้สึกมีระดับแบบผู้ดี แต่ก็อบอุ่นผ่อนคลายแบบเมืองหนาวในที ในบทความนี้ก็ได้รวบรวม 5 สไตล์ตกแต่งภายในบ้านแบบผู้ดีอังกฤษที่มี Mood & Tone ต่างกันไปให้คุณเลือกในแบบที่เป็นคุณ

1.Classical British Style

รูปภาพที่1 ภายในบทความ ตกแต่งภายในบ้าน

A classic home decoration

ที่มารูปภาพ

การตกแต่งภายในบ้านในสไตล์บริทิชคลาสสิก จะให้ความรู้สึกของคฤหาสถ์หรือปราสาทแบบยุโรป อาจเรียกได้ว่าเป็นสไตล์ “หลุยส์” เมื่อเข้าไปในบ้านสไตล์นี้ คุณจะรู้สึกถึงความโอ่อ่า หรูหรา ตั้งแต่สถาปัตยกรรม การวางแผนผัง (Outline) ของห้องที่สมมาตร ได้สัดส่วนพอดี และของตกแต่งที่หรูหรา

หากภายในบ้านของคุณมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอ ก็สามารถสร้างบรรยากาศของบ้านด้วยการตกแต่งสไตล์บริทิชคลาสสิกได้ด้วยของตกแต่งและคำแนะนำต่อไปนี้

  • ขอบ/กรอบ/บัวทรงหลุยส์ เพียงคุณติดบัวประตูและเพดานทรงหลุยส์ มีกรอบรูปทรงหลุยส์ หรือขอบเส้นของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในทรงหลุยส์ บ้านของคุณก็จะดูเหมือนคฤหาสน์มากยิ่งขึ้น
  • โซฟาเช็ตหนัง/ผ้า ความสมมาตร ความพอดี และความกลมกลืนเข้าชุดกัน คือ ธรรมเนียมการตกแต่งแบบคลาสสิก การตกแต่งสไตล์นี้จึงเลือกโซฟาเซ็ต โดยเลือกโครงโซฟา (Frame) ที่แข็งแรง ดูโออ่า
  • โคมไฟระย้า หรือ แชนเดอเลียร์ เป็นอีกไอเทมที่เพียงนำมาตกแต่งก็ทำให้บรรยากาศของบ้านหรูหราราวปราสาทขึ้นมาได้ โดยแชนเดอเลียร์ให้เลือกเป็นแบบดั้งเดิมที่เป็นโครงเหล็กเป็นช่อ ประกอบด้วยแก้วหรือคริสตัล
  • พู่และระบาย พู่และระบายของขอบม่าน พรม ปลอกหมอน หรือผ้าคลุมเตียง ฯลฯ จะช่วยเพิ่มรายละเอียดที่หรูหราและอ่อนหวานแบบอังกฤษได้
  • Accent Piece หรือสิ่งของที่จุดความสนใจให้ห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้โซฟาที่เป็นคนละชุดกับโซฟา โต๊ะคอนโซล กระจกประดับ เชิงเทียน รูปปั้น หรือภาพวาด เพียงเลือกที่มีรายละเอียดน่าสนใจแต่กลมกลืนกับห้อง บ้านของคุณก็จะมีความน่าสนใจขึ้น

บรรยากาศของบ้านสไตล์บริทิชคลาสสิกที่แท้นั้น นอกจากความหรูหราโอ่อ่าแล้ว จากคำแนะนำข้างต้นคุณคงเห็นแล้วว่า บ้านสไตล์นี้เต็มไปด้วยรายละเอียดที่โค้งมน อ่อนหวาน ไอเทมเล็กๆ เพียงนำชุดจานกระเบื้อง หรือชุดน้ำชา ดอกไม้ โครงเหล็กดัดประดับเส้นบางมาตกแต่ง ก็ช่วยเสริมความรู้สึกแบบบ้านสไตล์บริทิชคลาสสิกได้

2.Victorian Style Taste

สไตล์การแต่งบ้านแบบวิกตอเรียเป็นอีกสไตล์ที่ให้ความรู้สึกหรูหราและ “เนี้ยบ” ไม่แพ้สไตล์คลาสสิก ทั้งยังเป็นสไตล์ที่ถือว่ามีรสนิยมสูงแบบดั่งเดิม

รูปภาพที่2 ภายในบทความ ตกแต่งภายในบ้าน

Victorian home decoration

ที่มารูปภาพ

ลักษณะสำคัญของการตกแต่งภายในของบ้านสไตล์นี้ คล้ายสไตล์คลาสสิก คือ ความสมมาตร และประกอบไปด้วยรายละเอียด เพียงแต่รายละเอียดที่ตกแต่งจะให้โทนธรรมชาติและดูผ่อนคลายมากกว่า จากวัสดุและวิธีการเลือกจัดวางสิ่งต่างๆ ดังนี้

  • ไม้ เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในบ้านสไตล์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ พื้นปาร์เก้ ตู้บิวด์อิน ประตู-หน้าต่าง เป็นต้น
  • ผ้าทอ ช่วยเพิ่มรายละเอียดที่อบอุ่น ผ่อนคลาย เพิ่มเสน่ห์ให้บ้านดูน่าพักผ่อนมากขึ้น
  • ลวดลายแบบดั่งเดิม เช่น เส้นตรง ลายดอกไม้ ลายเรขาคณิตฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นขอบเฟอร์นิเจอร์ บัวหน้าต่าง-ประตู ลายกระเบื้อง ตลอดจนลวดลายของโซฟา ปลอกหมอน เป็นต้น
  • ของตกแต่งแนวแอนทีค (Antique) เช่น ขอบกระจกเก่าๆ โครงเหล็กดัด เก้าอี้ไม้เก่าๆ รูปปั้น นาฬิกาตั้งพื้น หรือจะเป็นโซฟาหนังสีคลาสสิก เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า บ้านสไตล์วิกตอเรียจะให้รายละเอียดที่เรียบกว่าแบบคลาสสิก รวมทั้งโทนสีก็มักเป็นสีโทนธรรมชาติหรือเอิร์ธโทน และถ้าคุณสามารถเลือกใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น หิน ไม้ ก็จะเพิ่มความผ่อนคลาย เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์แบบวิกตอเรียไว้

3.Vintage Style

ถือเป็นสไตล์ที่หลายๆ คนหลงรักเป็นพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ที่ผสมผสานความอ่อนหวาน ความรัสติก (Rustic) และชนบท แถมต้นทุนในการตกแต่งมักจะไม่แพง คุณสามารถเลือกซื้อของมือสองมาเนรมิตบ้านของคุณให้กลายเป็นบ้านแบบอังกฤษได้ง่ายๆ

รูปภาพที่3 ภายในบทความ ตกแต่งภายในบ้าน

Percy chair in natural leather with old vintage stuffs

สำหรับหลายๆ คนที่ชอบการตกแต่งภายในบ้านแบบวินเทจ คงมีภาพบ้านสไตล์นี้ชัดอยู่แล้ว แต่หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นแต่งบ้านอย่างไร ลองนำคำแนะนำต่อไปนี้ไปปรับใช้กันดู

  • เลือกใช้สีตุ่น (Muted Colours) สีพาสเทล (Pastel) หรือสีที่สบายตา (Neutral Colours) บรรยากาศสบายๆ เรียบง่าย คือ เสน่ห์ข้อสำคัญของสไตล์วินเทจ ดังนั้น ไม่ควรใช้สีที่ฉูดฉาดที่ดึงความสนใจ หรือกระตุ้นความรู้สึกมากกว่าความสบายตา
  • ไม้ สไตล์วินเทจจะเลือกใช้ไม้ที่ไม่ได้ขัดเงาให้ดูหรูหรา แต่เน้นที่ความดิบ สาก หรือความไม่สมบูรณ์ตามธรรมชาติ คุณอาจเลือกตู้ไม้มาประดับ ประตูไม้เก่าๆ รั้วไม้ทาสีที่หลุดร่อนมาตกแต่ง
  • ของเก่า สังกะสี และความลอกร่อน ถือเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากสไตล์การแต่งบ้านแบบอื่นๆ คือ “เสน่ห์ของวันวาน” ที่ใครหลายคนหลงรัก ลองเลือกถังน้ำสังกะสี โต๊ะไม้ที่สีหลุดร่อน กาน้ำสังกะสีขึ้นสนิม หนังสือเก่าๆ มาตกแต่งห้องของคุณดู แล้วดูว่าห้องของคุณวินเทจขึ้นไหม
  • รายละเอียดที่อ่อนหวาน นอกจากของเก่าๆ จะทำให้ดูมีความวินเทจมากขึ้นแล้ว รายละเอียดอ่อนหวานๆ หรือ “ความฟุ้ง” ก็ช่วยเพิ่มดีกรีความวินเทจขึ้นด้วยเช่นกัน ดอกไม้ประดับ ภาพวาด ความโค้ง ความมนของเฟอร์นิเจอร์ไม้เหลาก็สามารถเพิ่มความอ่อนหวานได้
  • ลวดลายเรียบง่าย หรือลวดลายแบบดั้งเดิม ลวดลายเก่าๆ แนวย้อนยุค เช่น ลายเส้น ลายภาพวาด หรือลวดลายเล็กๆ ที่แค่เพิ่มความน่าสนใจให้สิ่งของเท่านั้น เป็นลวดลายที่เมื่อมองภาพรวมแล้ว จะกลมกลืนไปกับการตกแต่งของทั้งห้อง

หัวใจของการแต่งบ้านสไตล์วินเทจนั้น เพียงแค่ยึด “ความเรียบง่าย” “ความสบายตา” “กลิ่นอายของวันวาน” ไม่ว่าจะการเลือกใช้สี การเลือกวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ รวมถึงลวดลายต่างๆ นอกจากนี้ อีกสิ่งที่นิยมนำมาตกแต่งก็คือ พวกกิ่งไม้แห้ง ดอกไม้แห้ง เพื่อเสริมบรรยากาศความเก่าและให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติ

4.English Modern House

การตกแต่งภายในบ้านแบบโมเดิร์นนั้น แน่นอนว่า เน้นความทันสมัย เฟอร์นิเจอร์ และข้าวของเครื่องใช้ ซึ่งหาซื้อได้ง่ายตามโชว์รูมทั่วไป แต่สำหรับการตกแต่งบ้านให้มีความโมเดิร์นแบบอังกฤษนั้น จุดสำคัญอยู่ที่ความอบอุ่นแบบเมืองหนาว ความเรียบง่ายสบายตา และความโปร่งโล่งสดชื่น ทั้งนี้ ต้องคงความทันสมัยด้วย

รูปภาพที่4 ภายในบทความ ตกแต่งภายในบ้าน

Hoxton chaise sofa in modern decoration

องค์ประกอบง่ายๆ ข้างล่างนี้ คือ ตัวอย่างองค์ประกอบที่ช่วยให้บ้านของคุณเหมือนบ้านของชาวอังกฤษแสนสบายแบบโมเดิร์นขึ้นมาได้

  • ดีไซน์เรียบ แต่โดดเด่น เลือกเฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในห้องที่รายละเอียดไม่เยอะ แต่อาจมีรูปทรงหรือรายละเอียดเล็กๆ ที่น่าสนใจ เข้ากับดีไซน์ของคุณด้วยความทันสมัย
  • วัสดุจำพวกเหล็กหรือโลหะชุบ ความเงาของเหล็กและโลหะชุบสีต่างๆ ภายในห้อง จะช่วยให้ห้องดูทันสมัยมากขึ้น
  • โทนสีสดใสสบายตา บ้านสไตล์โมเดิร์นนั้นจะคงความเรียบง่าย สบายตา แต่จะเติมความมีชีวิตชีวาและความน่าสนใจด้วยสีสันที่สดใส ห้องของคุณอาจทาสีเรียบๆ แต่คุณก็อาจเพิ่มสีสดใสๆ ลงไปบนของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นน้อยเพิ่มได้
  • มุมอบอุ่นและผ่อนคลาย เป็นองค์ประกอบที่จะขาดไม่ได้เลยสำหรับบ้านสไตล์อังกฤษ เพราะชาวอังกฤษนิยมนั่งโซฟา ซุกตัวใต้ผ้าห่มพร้อมถ้วยชาในอุ้งมือเพื่อหลีกหนีความหนาวเย็น เมื่อจะตกแต่งบ้านแบบอังกฤษ มุมสบายๆ ที่มีโซฟานุ่มๆ อุ่นๆ ผ้าห่มทอมือ หมอนปลอกถัก พรมรองเท้า ฯลฯ จะช่วยให้บ้านของคุณอบอุ่นและผ่อนคลายได้แบบบ้านชาวเมืองผู้ดี
  • Open Space เนื่องจากภูมิอากาศที่อังกฤษ ค่อนข้างหนาวเย็นและซึมเซา แสงธรรมชาติและอากาศที่สดชื่นคือสิ่งที่พวกเขาหลงรัก บ้านสไตล์อังกฤษจึงมักมีพื้นที่เปิดโล่งให้มีอากาศไหลเวียนภายในบ้านได้สะดวก และเลือกใช้หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ หรือเจาะหลังคาให้สามารถรับแสงธรรมชาติ

5.English Country Home

อีกสไตล์ที่หลายคนมีภาพจำแบบหนังแนวคันทรี ท้องทุ่งแบบอังกฤษ และบ้านโทนสีดินๆ น้ำตาล และวัสดุไม้ในทุกมุมของบ้าน กลมกล่อมเป็นความรู้สึกที่ผ่อนคลาย เป็นมิตร จริงใจ และอบอุ่น ถือเป็นสไตล์บ้านอังกฤษสำหรับคนที่ไม่ชอบความหรูหราและโมเดิร์นจนเกินไป

รูปภาพที่5 ภายในบทความ ตกแต่งภายในบ้าน

In the mood of countryside

ที่มารูปภาพ

หากคุณต้องการตกแต่งภายในบ้านของคุณในสไตล์นี้ เพียงแค่จำความรู้สึกของบ้านสไตล์นี้ไว้แล้วออกไปเลือกของแนวไม้ๆ แนวรัสติก (Rustic) และของตกแต่งสีตุ่นๆ (Muted Colour) มาตกแต่งบ้านของคุณกัน และถ้านึกไม่ออกว่าจะเลือกตกแต่งอะไรบ้าง ไอเทมต่อไปนี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศแบบบ้านคันทรีของชาวอังกฤษกลางท้องทุ่งให้คุณได้

  • ชั้นหนังสือ ลองนึกถึงบรรยากาศของบ้านทุ่ง กิจกรรมในบ่ายวันว่างแสนสบาย อะไรจะสงบใจได้เท่ามุมสบายๆ กับหนังสือเล่มโปรด ชั้นหนังสือถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการตกแต่งภายในบ้านแนวคันทรี
  • มุมโซฟา สร้างบรรยากาศอบอุ่นผ่อนคลายแบบบ้านสไตล์คันทรีด้วยมุมโซฟาแสนสบาย แนะนำว่าหากเลือกโซฟาเชสเตอร์ฟีลด์หรือเฟรมโซฟาแบบอังกฤษก็จะช่วยให้ภายในบ้านดูเป็นบ้านคันทรีในแบบชาวอังกฤษมากขึ้น
  • ไม้ประดับในกระถางดินเผา สีและความรู้สึกของธรรมชาติจะช่วยสร้างบรรยากาศของท้องทุ่งในบ้านได้ เพียงเลือกหาไม้ประดับลงกระถางดินเผามาตกแต่งตามมุมต่างๆ ภายในบ้าน ก็จะเพิ่มความมีชีวิตชีวาแบบชนบทได้
  • ผ้าทอ/ถัก ไอเทมที่จะแสดงความดั้งเดิมได้นั้น เป็นสิ่งของที่ทำมือหรือผลิตขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์แบบ ตำหนิและความไม่สมบูรณ์เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของบ้านสไตล์คันทรี การเลือกผ้าทอ ปลอกหมอนถัก เสื่อ พรมสาน จะช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น จริงใจได้
  • โต๊ะไม้ หากมีโต๊ะไม้เก่าๆ ไม่ได้ขัดหรือเหลาอย่างเกลี้ยงเกลา วางอยู่กลางบ้าน หรือภายในโถงบ้าน ความไม่สมบูรณ์แบบและลวดลายของไม้ คือ เสน่ห์ความจริงใจแบบบ้านทุ่ง

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแต่งบ้านไม่ใช่สไตล์ที่ดูดี หรือตกแต่งให้ใครชื่นชอบ แต่คือความลงตัวของชีวิต คือบรรยากาศที่คุณผ่อนคลาย ให้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านเหมือนตกหลุมรักใหม่อีกครั้ง

Footer - LookBooks

วิธีเลือกโซฟาห้องรับแขก [ให้เหมาะกับบ้านของคุณ]

Cover บทความ โซฟาห้องรับแขก

ห้องรับแขก ถือเป็นส่วนสำคัญของบ้าน เราใช้ห้องนี้รับรองแขก รับรองญาติสนิท มิตรสหาย หลายคนก็ยังใช้เป็นห้องนั่งเล่น พักผ่อนแบบส่วนตัว ดังนั้น ส่วนประกอบสำคัญในห้องนี้ ที่ต้องพิถีพิถันในการเลือกสรร คือโซฟา ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของห้อง นอกจากประโยชน์ใช้สอยโดยตรงคือการใช้นั่งนอนแล้ว โซฟายังเป็นตัวกำหนด Mood & Tone ของห้อง ให้เป็นไปตามสไตล์ที่เราต้องการด้วย

นอกจากนี้ โซฟายังถือเป็นสมบัติและการลงทุนในระยะยาว เป็นของที่ซื้อแล้วคงไม่อยากเปลี่ยนไปอีกหลายๆ ปี เมื่อจะเลือกโซฟาห้องรับแขกสักตัว จึงต้องคิดให้รอบคอบสักหน่อย อยากได้ที่สวย ถูกใจ เหมาะกับสไตล์ห้อง มีอะไรต้องพิจารณาบ้าง ลองดู 3 วิธีในการเลือกโซฟาห้องรับแขกต่อไปนี้กัน

1.พิจารณาขนาดห้องและกำหนดตำแหน่งที่จะวางโซฟา

ก่อนที่จะออกไปเลือกหาโซฟาในแบบที่ถูกใจ การพิจารณาขนาดของห้องและตำแหน่งวางโซฟาที่เหมาะสม คือ จุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อที่จะดูว่าห้องรับแขกของเรามีพื้นที่เพียงพอสำหรับโซฟาขนาดใด และตำแหน่งจัดวางโซฟาจุดใดที่เหมาะสม ทำให้ห้องรับแขกดูสวยงามสบายตา

เพราะนอกจากประโยชน์ใช้สอยสำหรับพักผ่อนแล้ว โซฟายังเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่สามารถกำหนดบรรยากาศภายในห้อง และโซฟาเป็นตัวกำหนดแผนผังของห้อง (Outline) ได้ ตำแหน่งจัดวางโซฟาจึงเป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งตำแหน่งการวางโซฟาโดยทั่วไปจะมีอยู่ 3 ตำแหน่ง ด้วยกัน

1. กลางห้อง

หากห้องรับแขกของคุณมีขนาดใหญ่ กว้างขวาง การวางโซฟาไว้กลางห้องสามารถใช้เป็นพาเนล (Panel) เพื่อกั้นแบ่งพื้นที่ใช้สอยในห้องได้

2. ติดกำแพง

ตำแหน่งนี้จะช่วยประหยัดพื้นที่ของห้องได้ เพราะจะเหลือพื้นที่ด้านหน้าโซฟาไว้สำหรับวางโต๊ะอเนกประสงค์หรือทำกิจกรรมนั่งพื้น ตำแหน่งวางโซฟาติดผนังจึงจะเหมาะกับห้องขนาดเล็กและขนาดกลาง

3. มุมห้อง

เป็นตำแหน่งพิเศษที่แม้จะไม่ได้กั้นส่วนพื้นที่ของห้อง แต่กลับสามารถสร้างมุมมุมนั้นให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนได้ ตำแหน่งการวางโซฟาไว้มุมห้องจะช่วยสร้างบรรยายกาศที่อบอุ่น เป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับห้องทุกขนาด

รูป Saddler ในบทความ โซฟาห้องรับแขก

Saddler L sofa in relaxing space

ทั้งนี้ คุณอาจพิจารณาเพิ่มเติมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวคุณ ในการวางตำแหน่งของโซฟาเพิ่มเติม เช่น

– ตำแหน่งที่อยากให้โซฟาหันหน้าไปหา เช่น หันเข้าหาโทรทัศน์ วิวภายนอกบ้าน ฯลฯ
– ตำแหน่งของประตู หน้าต่าง ทางเดินของคนในบ้าน
– ความเป็นส่วนตัวจากมุม ตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ
– แสงสว่าง เช่น อยากรับแสงธรรมชาติ อยากได้แสงสว่างจากไฟเพดาน เป็นต้น

หลังจากได้ไอเดียคร่าวๆแล้วว่าจะวางโซฟาตรงไหนเราก็ไปดูข้อต่อไปกันเลย

2.เลือกรูปร่างและขนาดของโซฟาห้องรับแขกที่เหมาะกับพื้นที่

เมื่อทราบขนาดและตำแหน่งที่จะวางโซฟาแล้ว เชื่อว่าคุณคงมีภาพโซฟาในใจขึ้นมาบ้างว่าโซฟารูปร่างแบบใดที่เหมาะกับห้องและตำแหน่งที่ต้องการ ซึ่งโซฟาแต่ละรูปร่างก็เหมาะสมกับห้องแต่ละแบบและการใช้สอยที่ต่างกันออกไป

รูปร่างของโซฟามีอยู่ด้วยกัน 3 แบบหลักๆ ให้คุณเลือกสรรมาตกแต่งห้องรับแขกของคุณ ดังนี้

1. โซฟาหน้าตรง

เหมาะสมกับห้องทุกขนาด เพียงแค่เลือกขนาดของโซฟาให้เหมาะสม หรือถ้าอยากงีบบนโซฟา ก็อาจเลือกโซฟาตัวที่มีขนาดยาวหน่อย ถ้าห้องคุณมีพื้นที่จำกัด โซฟาขนาดเล็กเพียงตัวเดียว กับเก้าอี้อาร์มแชร์เก๋ๆ 1 ตัว ก็เป็นชุดรับแขกสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้ห้องของคุณได้

2. โซฟาเข้ามุม

เหมาะกับห้องรับแขกขนาดเล็กที่มีพื้นที่มุมห้อง ไปจนถึงห้องรับแขกขนาดใหญ่มากๆ โซฟาประเภทนี้จะสามารถประหยัดพื้นที่จากมุมที่วางเฟอร์นิเจอร์อื่นไม่ค่อยได้ แถมยังให้ความรู้สึกอบอุ่นมากกว่าโซฟารูปแบบอื่นๆ ด้วย เนื่องจากการวางเป็นมุม ทำให้ทั้งเจ้าบ้านและแขกนั่งหันหน้าเข้าหากัน ทำให้มีความใกล้ชิดและสนิทสนมกันมากกว่าแบบอื่น

3. โซฟารูปตัวแอล (L)

เหมาะกับคนที่ชอบเอกเขนกบนโซฟามากๆ ด้วยส่วนที่ยื่นออกมาสำหรับนอนพักสบายๆ ดูโทรทัศน์หรืออ่านหนังสือ เหมาะสำหรับห้องรับแขกในคอนโดมีเนียม ที่ต้องการฟังก์ชันใช้สอยที่หลากหลาย

รูป Penthouse ในบทความ โซฟาห้องรับแขก

Penthouse corner sofa

เลือกประเภทโซฟาที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณและเลือกขนาดของโซฟาที่วางได้พอดี และระวังไม่ทำให้ห้องรับแขกของคุณดูเล็กลงหรือ “แน่น” จนขาดความผ่อนคลายไป

3.เลือกโซฟาโดยดูที่สไตล์

ห้องรับแขกของคุณเป็นสไตล์ไหน

อยากเลือกสไตล์โซฟาที่ส่งเสริมสไตล์ของห้อง ขับรสนิยมในการตกแต่งห้องรับแขกของคุณให้ชัดเจนขึ้น คำแนะนำการเลือกโซฟาต่อไปนี้ช่วยคุณได้

ห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์น

โซฟาที่มีขอบเส้นน้อย รายละเอียดสะอาดตา ดีไซน์เก๋ไก๋ สีสันสดใส ขาโซฟาขัดกลมเกลี้ยงหรือเป็นเหล็ก จะสื่อสารความโมเดิร์นได้ดีกว่า เราจึงเห็นโซฟาผ้าเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ ก็มีโซฟาหนังที่ออกแบบทันสมัย รูปแบบเรียบง่ายแต่มีสีสันน่าสนใจ ให้เลือกมากมายเช่นกัน

ห้องรับแขกแบบ Traditional

ก็ให้เลือกโซฟาแบบ Traditional คือ โซฟาที่มีดีไซน์เรียบง่าย รูปทรงทั่วไป หรือถ้าเลือกใช้โซฟาเซ็ต ก็จะยิ่งส่งเสริมสไตล์นี้ยิ่งขึ้น หากกลัวว่าห้องจะน่าเบื่อ ก็สามารถเลือกเครื่องหุ้มที่มีลวดลายต่างๆ หรือตกแต่งด้วยหมอนสีสันสะดุดตา

ห้องรับแขกแบบ Country/Cottage/Cabin

สีขรึมๆ หรือสีธรรมชาติของโซฟาหุ้มหนังจะกลมกลืนกับห้องนั่งเล่นสไตล์เหล่านี้ได้ดี คุณอาจเลือกโซฟาแนวชนบท (Rustic) ให้มีความดิบ หรือโซฟาทรงคลาสสิกก็ดูเข้ากันดี

ห้องรับแขกแบบ Contemporary และ Eclectic

โซฟาในห้องรับแขกสไตล์นี้จะเลือกเป็นแนวโมเดิร์นหรือทรง Traditional ก็เหมาะ จะโซฟาผ้าหรือโซฟาหนังก็ได้ เพราะทั้งสองสไตล์นี้คือการผสมผสานความมีรสนิยมในรูปแบบของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นความเรียบหรู หรือความโด่ดเด่นสดใสของสีสันบนโซฟาชิ้นเอกของห้อง

ห้องรับแขกสไตล์อังกฤษ

จะเหมาะกับโซฟาแนวคลาสสิก วินเทจ หรือแนวโมเดิร์น งานตอกหมุด ดึงดุม การเดินตะเข็บอย่างประณีต จะแสดงเอกลักษณ์แบบอังกฤษได้ชัดเจน หรือ หากต้องการความเรียบง่าย โซฟาแบบ Rolled arm ก็สื่อถึงความมีระดับแบบอังกฤษในห้องรักแขกของคุณได้ดีเช่นกัน

รูป Groove ในบทความ โซฟาห้องรับแขก

Groove, the Modern European design

_________________

หลักการในการเลือกโซฟาห้องรับแขกให้เหมาะสมกับบ้านของคุณนั้น ให้เริ่มจาก “ฟังก์ชัน” หรือการใช้งานก่อน คุณอยากวางโซฟาไว้มุมใดของห้อง ใช้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง และจึงค่อยพิจารณาสไตล์ให้เหมาะสมกับบ้านของคุณ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายที่หลงรัก บ่งบอกสไตล์ที่คุณหลงใหล ผ่านความพิถีพิถันในการเลือกโซฟาห้องรับแขกทั้ง 3 ข้อนี้

Footer - Look Books

5 ไอเดียตกแต่งห้องนั่งเล่นสไตล์อังกฤษ

Cover บทความ ตกแต่งห้องนั่งเล่น

บ้านสไตล์อังกฤษในความคิดของคุณเป็นอย่างไร?

ใช่บ้านที่ต้องประดับด้วยสิ่งของหรูหรา เฟอร์นิเจอร์แบบแอนทิค หรือติดบัวประตูและขอบผนังทรงหลุยส์หรือเปล่า? ถ้าเป็นเช่นนั้น แสดงว่าคุณคงติดภาพการตกแต่งของพระราชวังหรือคฤหาสน์มา แต่ว่าคนอังกฤษจริงๆ เขาอาศัยอยู่ในบ้านแบบนั้นจริงๆ เหรอ

เนื่องจากบรรยากาศที่แดดน้อย อุณภูมิต่ำ สิ่งที่ชาวอังกฤษโหยหาจริงๆ คือ ความอบอุ่น และความสดชื่นของแสงแดด และต้นไม้ใบหญ้า สิ่งเหล่านี้แสดงออกมาผ่านการตกแต่งบ้าน ตกแต่งห้องนั่งเล่น ของชาวอังกฤษ คาแรคเตอร์ของการตกแต่งห้องนั่งเล่นแบบอังกฤษ จึงอาจนิยามได้ 3 – 5 คำด้วยกัน — “อบอุ่น” “ผ่อนคลาย” “สบาย” “สดชื่น” และ “Something like Home”

5 ไอเดียในการตกแต่งห้องนั่งเล่นต่อไปนี้ จะช่วยให้ห้องนั่งเล่นของคุณมีบรรยากาศแบบห้องนั่งเล่นของชาวอังกฤษแบบแท้ๆ

1.สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยพื้นไม้ปาร์เก้ (Floorboard)

รูปที่ 1 Floorboard ภายในบทความ ตกแต่งห้องนั่งเล่น

The Penthouse Sofa is suitable for simple, modern interior design.

“ไม้” คือ วัสดุที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งทุกส่วนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้ โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ผนัง และพื้น เพราะจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านหรือห้องดูเป็นกันเอง จริงใจ และใกล้ชิดธรรมชาติ ทุกครั้งที่ได้สัมผัสเนื้อไม้ ได้กลิ่นธรรมชาติๆ ก็จะรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้ง

ชาวอังกฤษนิยมปูพื้นบ้านและตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วยไม้ปาร์เก้ หรือที่ชาวอังกฤษจะเรียกว่า “Floorboard” ซึ่งวิธีการปูไม้อาจจะแตกต่างจากการปูพื้นไม้ของบ้านเรา โดยชาวอังกฤษนิยมเลือกปูไม้ชิ้นเล็ก เลือกใช้ไม้โทนสีสว่าง และปูเรียงให้เกิดแพทเทิร์นที่น่าสนใจ เช่น ลายซิกแซก หรือแนวตรงแต่สลับสั้น-ยาว เป็นต้น

เพียงปูพื้นห้องนั่งเล่นของคุณด้วยปาร์เก้ คุณก็จะได้พื้นที่สบาย รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่เข้ามา ในแบบอังกฤษแล้ว

2.เขียนลวดลายแบบตะวันตกให้ห้องด้วยวอลเปเปอร์

หากนึกไม่ออกว่าจะสร้างบรรยากาศของห้องให้มีสไตล์แบบบ้านอังกฤษได้อย่างไร วิธีการที่ง่ายที่สุดและได้ผลที่สุด คือ การปิดวอลเปเปอร์ลวดลายต่างๆ แบบตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นลายยกดอกดะแมซ-คัซ (Damask) ลายฉากเรื่องราวและพืชพันธุ์ (Toile De Jouy) ลายโค้งรูปขนนก (Paisley) หรือลายดอกไม้อ่อนหวาน (Chintz)

ลวดลายเหล่านั้นของวอลเปเปอร์จะช่วยคุมบรรยากาศของห้องให้รู้สึกเหมือนห้องชาวตะวันตก มีความอ่อนหวานในรายละเอียดแบบชาวเมืองหนาว ทั้งทำให้ห้องมีกลิ่นอายความคลาสสิกหรือวินเทจแบบอังกฤษได้

Tips: การใช้ลวยลายที่มีความละเอียดและซ้ำแพทเทิร์นนั้น ต้องคอยดูจังหวะของรายละเอียดและสีสันในห้องให้ดี หากเลือกปิดผนังด้วยวอล์เปเปอร์มากลายแล้ว เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ควรเรียบง่าย ไม่มีลาย เพื่อสมดุลลวดลายกับพื้นที่ว่าง จากนั้นจึงซ้ำแพทเทิร์นคล้ายๆ ลายของวอลเปเปอร์บนเครื่องประดับชิ้นเล็กๆ เช่น หมอน แจกันวาดมือ จานโชว์ ผ้ารองโต๊ะ เป็นต้น

3.เติมความอบอุ่นให้ห้องด้วยโซฟา เบาะ ผืนผ้า และพรม

ในบรรยากาศที่หนาวเย็นของอังกฤษ พวกเขาจะต้องการอะไรที่เหนือไปกว่าการซุกตัวภายใต้ผ้าห่มอุ่นๆ บนโซฟาที่นุ่มสบาย

ดังนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้เลย หากคุณต้องการตกแต่งห้องนั่งเล่นในสไตล์อังกฤษ คือ โซฟาดีๆ สักตัวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย และแลดูอบอุ่น จะเป็นโซฟาหนังแท้ที่ดูคลาสสิก หรือโซฟาผ้าที่ดูผ่อนคลายมากกว่าก็ได้ และอย่าลืมเพิ่มความอบอุ่นแบบโคซี่ๆ ให้ห้องด้วยพรมสำหรับรองเท้า หมอนผ้าทอหนาๆ หลายๆ ใบ หรือผ้าห่มทอมืออุ่นๆ

ไอเทมเหล่านี้จะช่วยเสริมความอบอุ่นแบบเมืองหนาวให้ห้องนั่งเล่นของคุณ

รูปที่ 2 ภายในบทความ ตกแต่งห้องนั่งเล่น

Wallace in a cozy vintage house

4.ตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วยของตกแต่งในบ้านอังกฤษ

เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศแบบบ้านสไตล์อังกฤษให้ห้องนั่งเล่นของเรา การ “ยืม” ไอเทมต่างๆ ในบ้านชาวอังกฤษมาใช้เป็นของตกแต่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ผลอย่างยิ่ง ราวกับก้าวเข้าห้องนั่งเล่นของชาวเมืองผู้ดีได้จริงๆ

หากดูสไตล์การตกแต่งบ้านของชาวอังกฤษ ก็จะมีของตกแต่งอยู่ไม่กี่ชิ้นที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น โคมไฟตั้งพื้น นาฬิกาไขลานตั้งพื้น แชนเดอเลีย หรีดไม้หรือดอกไม้แห้ง หรือหากคุณสามารถหาเตาผิงไฟ หรืออาจจะเป็นโครงเลียนแบบมาตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วย ก็จะยิ่งสร้างบรรยากาศให้เหมือนบ้านของชาวอังกฤษจริงๆ ได้

นอกจากนี้ สิ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศได้มากๆ เลย คือ การแขวนภาพวาดแนวย้อนยุคแบบตะวันตก อาจเป็นภาพวิวทิวทัศน์ หรือพอร์ตเทรตแนวคลาสสิกในกรอปไม้เรียบๆ ก็จะให้ความรู้สึกถึงบ้านอังกฤษได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5. Something like Home: เติมรายละเอียดชีวิตแบบชาวอังกฤษ

อะไรที่จะทำให้ชาวอังกฤษนึกถึงบ้าน …หากไม่ใช่การพักผ่อนอยู่กับตัวเองในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ปลอดภัย การตกแต่งบ้านของเขาจึงค่อนข้างพิถีพิถันเพื่อให้ตอบโจทย์วิถีชีวิต

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นธรรมเนียมส่งออกให้คนทั่วโลกรู้จักความเป็นอยู่ของชาวอังกฤษมากขึ้น คือ วัฒนธรรมการสุนทรีย์กับชา

ชาวอังกฤษนิยมดื่มชากันอย่างมาก หรืออาจจะเป็นเครื่องดื่มอุ่นๆ สักอย่างเพื่อบรรเทาความหนาวจากภายนอกบ้าน ดังนั้น ในทุกบ้านของชาวอังกฤษ คุณจะต้องเจอกับชุดชงชา กาน้ำร้อน หรือถ้วยมัก (Mug) สำหรับเครื่องดื่มร้อน มุมชีวิตสบายๆ อบอุ่นและสงบนี้ คือ บรรยากาศของบ้านอังกฤษโดยแท้

หากคุณอยากตกแต่งห้องนั่งเล่นให้น่าอยู่ อบอุ่น ผ่อนคลายแบบบ้านชาวอังกฤษก็อย่าลืมหาชุดถ้วยชา กาน้ำร้อนมาใช้ และนอกจากนี้ลองนึกจินตนาการดูว่า หากคุณมีมุมหนังสือสักมุมในมุมอุ่นๆ พร้อมเก้าอี้โซฟาและโต๊ะวางชุดชาข้างๆ ห้องนั่งเล่นของคุณจะสมบูรณ์น่าอยู่ขึ้นขนาดไหน

ทั้งนี้ อีกสิ่งที่คนอังกฤษรักมากๆ ก็คือการตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้เล็กๆ ภายในบ้าน การจัดแจกันดอกไม้สดอยู่เสมอๆ หรือจะวางผลไม้สดพร้อมรับประทานในตะกร้าสานบนโต๊ะ …สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยนำความสดชื่นและความมีชีวิตชีวามาสู่ห้องนั่งเล่นของคุณ

รูปที่ 3 Fireplace ภายในบทความ ตกแต่งห้องนั่งเล่น

A cosy reading corner by fireplace

ห้องนั่งเล่นคือห้องหนึ่งที่เราใช้เวลา ใช้ชีวิต และทำกิจกรรมมากที่สุด การจะตกแต่งห้องนั่งเล่นให้เป็นสไตล์ใดก็ตามต้องอย่าลืม “ความเป็นตัวเอง” ทบทวนว่าวิถีชีวิตของเราต้องการสิ่งใด ดังเช่นหัวใจในการตกแต่งห้องนั่งเล่นของชาวอังกฤษที่เน้นความอบอุ่นในบรรยากาศผ่อนคลายเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง

หากคุณเองก็ต้องการบรรยากาศห้องนั่งเล่นเหมือนชาวอังกฤษ ไอเดียการตกแต่งทั้ง 5 ข้อข้างต้นน่าจะทำให้คุณเห็นภาพห้องนั่งเล่นในแบบของคุณชัดขึ้น

Footer - LookBooks

อิเคล็คติก 101: เทรนด์ใหม่ของการตกแต่งบ้าน

Cover บทความ eclectic

เทรนด์การตกแต่งบ้านมีมาให้อัปเดตใหม่เรื่อยๆ ทุกปี สไตล์การตกแต่งบ้านก็ยิ่งมีให้เลือกตกแต่งหลากหลายมากขึ้นไม่ใช่แค่สไตล์โมเดิล คลาสสิก วินเทจ เพียงเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ยังมีสไตล์ที่มีความเฉพาะตัวลงไปอีก เช่น สไตล์มินิมอล บูติก ทรอปิคอล แต่ถ้าหากไม่รู้จะเลือกอะไร ชอบไปทุกสไตล์ เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงนี้ ตอบโจทย์คนที่ชอบไปเสียทุกอย่าง คือ สไตล์แต่งบ้านแบบ “อิเคล็คติก” (Eclectic)

รู้จักสไตล์อิเคล็คติก (Eclectic) กับคอนเซปต์ “Mix and Match”

สไตล์การแต่งบ้านแนว อิเคล็คติก (18th – ปัจจุบัน) พัฒนามาจากสไตล์งานทัศนศิลป์และสถาปัตยกรรมที่ยืมลักษณะ เทคนิค หรือนำสไตล์ที่มีที่มาแตกต่างมารวมเข้าไว้ด้วยกัน แม้จะไม่ใช่สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนไปในทิศทางใด แต่จากการ “มิกซ์” องค์ประกอบของศิลปะหลากสไตล์เข้าไว้อย่างลงตัวก็สร้างความโดดเด่นที่มีเสน่ห์ได้

รูปที่1 บทความ eclectic

The Residence of Bukovinian and Dalmatian Metropolitans, Ukraine (18th)
ที่พักบาทหลวงคริสตศาสนาในประเทศยูเครนที่ออกแบบด้วยแนวคิดอิเคล็คติก

คำว่า “อิเคล็คติก” ในทุกวันนี้ รู้จักกันว่าเป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และยังคงลักษณะสำคัญจากแนวศิลปะแนวนี้ไว้ คือ การรวมเสน่ห์ของสไตล์ต่างๆ หรือของเก่ากับของใหม่มาจัดอยู่ด้วยกัน (Mix & Match) โดยให้สิ่งละอันพันละน้อยที่นำมาตกแต่งต่างโดดเด่นในมุมของตัวเอง

การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ อาจกล่าวได้ว่ามีคอนเซปต์แบบ “More is More” เพราะมักจัดให้มีองค์ประกอบต่างๆ มากมาย เช่น ตัวห้องเป็นสไตล์โมเดิล ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันจัดจ้านแบบ Pop Art และตกแต่งด้วยของสะสมสไตล์กอธิค เป็นต้น การจะตกแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติกจึงค่อนข้างยากที่จะหา “ความพอดี” เพื่อไม่ให้ตกแต่งออกมาแล้วให้ความรู้สึกว่าล้นเกิน

เทคนิคแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติกให้สวยมีระดับ

การตกแต่งบ้านด้วยสไตล์อิเคล็คติกนั้น ไม่ใช่แค่การเลือกเพียงของที่ชอบ สิ่งที่ถูกใจมาจัดวางรวมๆ กัน ความยากและความงามของสไตล์นี้ คือ “ทุกองค์ประกอบโดดเด่น แต่ให้ภาพรวมที่ลงตัว” หากจะจัดบ้านให้สวยงาม มีเสน่ห์ให้ทุกจุดได้ หลักการและเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ อาจช่วยคุณได้

1. วางแผนผัง (Layout) ของห้องให้ชัดเจน

เมื่อจะตกแต่งห้องในสไตล์อิเคล็คติกที่สุ่มเสี่ยงว่าจะตกแต่งออกมาแล้วรก ไม่เป็นระเบียบ ล้นเกิน และดูไม่รู้เรื่อง การวางแผนผังหรือ Layout ของห้องให้ชัดเจน แน่นอน จะช่วยก่อโครงสร้างของห้องที่เรียบร้อยขึ้นได้

นอกจากนี้ ในการตกแต่งห้องด้วยของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นหลากสไตล์ ลายลวดลาย เราสามารถใช้สีเชื่อมสไตล์ตกแต่งแต่ละสไตล์ไว้ด้วยกันได้โดยการคุมโทนสีของห้อง คุณอาจเลือกใช้ตกแต่งสิ่งของที่มีโทนสีเดียวกันหรือใกล้กัน เช่น ดำ น้ำตาล เทา และเพิ่มความน่าสนใจด้วยสีสันอื่นๆ เล็กน้อย หรือเพิ่มรายละเอียดที่ลวดลายของประดับ

Tip: ขอแนะนำว่า ผนังสีเรียบหรือสีพื้นจะช่วยให้การตกแต่งห้องสไตล์อิเคล็คติกง่ายขึ้น เพราะเหมือนเป็นผ้าแคนวาสให้เราระบายลวยลายและสีสันอื่นๆ ลงไปได้สวยงาม

2. รวมของตกแต่งหลากยุค หลายสไตล์

เชื่อว่าหลายคนที่อยากตกแต่งบ้านด้วยสไตล์อิเคล็คติกต้องเป็นนักสะสมตัวยง ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเป็นอันต้องต้องใจกับเสน่ห์ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะแจกันโบราณ เครื่องจักสานจากชาวบ้าน หรือเครื่องประดับเล็กๆ น้อยจากต่างประเทศ จึงทำให้มีของสะสมมากมายและอยากนำสิ่งที่หลงใหลเหล่านั้นมาตกแต่งให้ชื่นใจ

เสน่ห์ของสไตล์อิเคล็คติกคือความหลากหลายที่ไม่ใช่แค่สิ่งของ เทคนิคที่จะแต่งบ้านสไตล์นี้ให้มีระดับ มีเรื่องราวที่น่าสนใจนั้น คุณอาจนำของตกแต่งจากหลายหลายยุคและหลากหลายสไตล์เข้ามาไว้ด้วยกัน เช่น เตียงนอนไม้แบบโบราณ พรมเปอร์เซียกลางห้อง และโคมไฟหัวเตียงแบบโมเดิล และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ที่ดูเรียบหรู พร้อมด้วยภาพวาดแนว Abstract สีสันสดใสสนุกสนาน เป็นต้น หรืออาจเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายของผืนผ้าที่หลากหลาย

รูปที่2 บทความ eclectic

ที่มารูปภาพ

3. หา Statement pieces

ภาพวาดที่สวยงาม สามารถดึงสายตาของเราให้มองได้ สังเกตหรือไม่ว่าศิลปินจะสร้างจุดสนใจหรือ “โฟกัส” อยู่เพียงหนึ่งจุด และวางองค์ประกอบอื่นๆ อย่างลงตัว แม้ในงานที่มีรายละเอียดกระจัดกระจายก็จะมีเพียงหนึ่งจุดสนใจ

การจัดห้องสวยงามมีระดับในสไตล์อิเคล็คติกก็เปรียบเหมือนการจัดองค์ประกอบของจิตกร คุณสามารถสร้างความสนใจและเรื่องราวให้กับห้องแต่ละห้องด้วย “Statement pieces” หรือสิ่งของที่สามารถดึงสายตาทุกคู่ที่เขามาเยี่ยมเยียนให้หันมอง และก่อให้เกิดบทสนทนาหรือความชื่นชมในรสนิยมของเจ้าของ

Statement pieces ของคุณอาจเป็นตู้เก่าโบราณ ภาพวาดของศิลปิน งานปฏิมากรรมสักชิ้น หรือจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูดี มีระดับ โดดเด่นออกมาจากบรรยากาศห้อง (แต่ไม่ลดทอนความน่าสนใจของสิ่งอื่น) เช่น แกรนด์โซฟาหนังแท้ หรือเคาเตอร์ในรูปเตาผิง เป็นต้น ทั้งนี้ Statement pieces ไม่ควรไม่เกิน 1 – 2 ชิ้นต่อห้อง เพราะถ้ามีมากกว่านั้น สิ่งของแต่ละชิ้นจะแย่งกันดึงความสนใจจนภาพรวมขาด “โฟกัส”

4. สร้างโทนของห้องและเชื่อมทุกสิ่งไว้ด้วยสี (Colour Schemes)

สีสันมีส่วนในการสร้างอารมณ์และโทนของห้อง ไม่ว่าจะใช้สีโทนร้อนอย่าง ส้ม ครีม เหลือง แดง ก็จะให้อารมณ์กระปี้กระเป่ามีพลัง หรือสีโทนเย็น เช่น ฟ้า ขาว ม่วง ก็จะให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย คุณสามารถเลือกใช้สีต่างๆ ในการจัดห้องได้

นอกจากนี้ ในการตกแต่งห้องด้วยของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นหลากสไตล์ ลายลวดลาย เราสามารถใช้สีเชื่อมสไตล์ตกแต่งแต่ละสไตล์ไว้ด้วยกันได้โดยการคุมโทนสีของห้อง คุณอาจเลือกใช้ตกแต่งสิ่งของที่มีโทนสีเดียวกันหรือใกล้กัน เช่น ดำ น้ำตาล เทา และเพิ่มความน่าสนใจด้วยสีสันอื่นๆ เล็กน้อย หรือเพิ่มรายละเอียดที่ลวดลายของประดับ

รูปที่3 บทความ eclectic
Tip: ขอแนะนำว่า ผนังสีเรียบหรือสีพื้นจะช่วยให้การตกแต่งห้องสไตล์อิเคล็คติกง่ายขึ้น เพราะเหมือนเป็นผ้าแคนวาสให้เราระบายลวยลายและสีสันอื่นๆ ลงไปได้สวยงาม

5. สาดสีสันความเป็นตัวเองของคุณ

สไตล์อิเคล็คติก จริงๆ แล้วเกิดจากความชื่นชอบในศิลปะสไตล์ต่างๆ ชอบสิ่งไหน สนใจสิ่งใด ก็หยิบยืมมาสร้างสรรค์เป็นผลงานของคุณเอง

บ้านก็สามารถเป็นผลงานศิลปะของคุณได้ ลืมกฎ ลืมสไตล์ที่จำเจไป การตกแต่งบ้านไม่มีผิด-ถูก สิ่งสำคัญอยู่ที่คุณสนุกไปกับมัน และภูมิใจและชื่นชมกับผลงานได้ทุกครั้งที่คุณกลับเข้าบ้าน

ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณออกมา และตกแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติกที่เป็นคุณ

รูปที่4 บทความ eclectic
สรุปทิปส์ตกแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติก
● จัดวางแผนผังหรือโครงสร้างของห้องให้ชัดเจน
● ไม่ลืมเหลือพื้นที่ว่าง (Space) ให้ไม่รู้สึกล้นเกิน
● มิกซ์ & แมตช์สิ่งของหลากสไตล์ หลายยุค
● จัดวางให้สิ่งต่างๆ มีพื้นที่ของตนเอง ไม่จมหายไป
● ไม่ลืมหา Statement pieces เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของคุณ และสร้างจุดสนใจ
● ใช้สีเพื่อคุมโทนของห้องและเชื่อมของตกแต่งให้กลมกลืนกัน
● ผนังสีเรียบจะช่วยให้การตกแต่งง่ายขึ้น
● ไม่ลืมความเป็นตัวเอง ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณ
Footer - LookBooks

5 วิธีแต่งห้องรับแขกให้สวยแบบมีสไตล์

Cover บทความแต่งห้องรับแขก

“ห้องรับแขก” นับว่าเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดในบ้านเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเป็นห้องหลักในการต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านแล้ว ห้องรับแขกยังเป็นพื้นที่ที่เรามักจะใช้งานในแต่ละวันค่อนข้างนาน ไม่แพ้ห้องนอนเลยทีเดียว

ใครที่กำลังมองหาไอเดียในการแต่งห้องรับแขกให้ดูสวยอย่างมีระดับ เคล็ดลับต่อไปนี้จะช่วยให้ห้องรับแขกของคุณ สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนและอบอุ่นลงตัวสำหรับเจ้าของบ้านแน่นอน

1. คิดถึงการใช้งาน

ห้องรับแขกเป็นห้องที่มีความพิเศษตรงที่มันเป็นห้องที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลายและแตกต่างกันไปตามแต่ความต้องการของเจ้าของ ไม่ว่าจะใช้รับแขก จัดปาร์ตี้ ดูบอล กินของว่างมื้อดึก หรือร้องคาราโอเกะ ฯลฯ

ดังนั้นก่อนจะแต่งห้องรับแขก คำถามแรกเลยที่คุณควรถามตัวเองก็คือ ห้องรับแขกคืออะไรสำหรับคุณ คุณจะใช้ห้องนี้ในการทำกิจกรรมอะไรบ้าง และควรมีพื้นที่สำหรับคนจำนวนเท่าไหร่

การคิดถึงการใช้งานของห้องล่วงหน้า จะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ได้ง่ายและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงมากกว่าเลือกจากความชอบเพียงอย่างเดียว จงให้เวลากับคำถามนี้ เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นที่คุณจะได้ออกแบบการใช้ชีวิตของคุณในห้องสำคัญของบ้าน

Tips: หนึ่งในองค์ประกอบที่เป็นหัวใจของห้องรับแขกคือ “โซฟา” ไม่ใช่แค่เพราะว่ามัน
คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่คุณจะทิ้งตัวลงพักผ่อนในทุกๆ วัน แต่โซฟายังเป็นตัวกำหนด Mood & Tone ของทั้งห้อง รวมถึงการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ในห้องรับแขกด้วย
David John Dick ดีไซเนอร์จาก DISC Interiors กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่เรามักจะได้ยินลูกค้าบ่นอยู่เสมอก็คือ โซฟาเก่าที่เคยซื้อนั้นมานั้นนั่งไม่สบาย หรือไม่ก็มีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป” คุณจึงควรใช้เวลากับการเลือกโซฟาที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียดายในภายหลัง เพราะการซื้อโซฟาสักตัวนั้นถือเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างหนึ่งเลย
รูปที่1 Groove Modula ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

2. เลือกเฉดสีที่ไปด้วยกัน

สีคือสิ่งที่สร้างอารมณ์ให้กับห้อง ในทางจิตวิทยา สีแต่ละสีทำให้มนุษย์เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกัน เช่น สีฟ้าและสีเขียวโดยทั่วไปมักจะทำให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย ขณะที่เฉดสีสดใสอย่างสีแดง เหลือง หรือส้มจะสร้างรู้สึกกระปรี้กระเปร่า

หนึ่งในเทคนิคการเลือกสีเพื่อแต่งห้องรับแขกแบบง่ายๆ คือคุณอาจจะเลือกจากเฉดสีที่คุณชอบและอยากจะเห็นทุกๆ วัน แล้วจึงนำสีอื่นๆ มาประกอบ หรือถ้าคุณมีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งชิ้นสำคัญที่สะสมไว้และต้องการให้อยู่ในห้องรับแขกอยู่แล้ว เช่น ภาพวาดของศิลปินชื่อดัง หรือแจกันกระเบื้องมรดกจากคุณปู่ ก็สามารถใช้สีของข้าวของเหล่านี้มาเป็นไอเดียในการจับคู่สีให้กับองค์ประกอบต่างๆ ในห้องได้เช่นกัน

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกผสมสีอะไรกับอะไร กุญแจสำคัญที่จะทำให้การจัดกลุ่มสีดูลงตัวก็คือการจัดสัดส่วนสีในห้องให้อยู่ในกฎ 60-30-10

ยกตัวอย่าง คุณอาจจะเลือกใช้สีครีมในพื้นที่ประมาณ 60% ของห้อง เช่น สีของผนัง พื้น และโซฟา แล้วเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องด้วยสีน้ำเงินบนพรมใต้โซฟาและผ้าม่าน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ก่อนจะตบท้ายด้วยสีเหลืองที่อยู่ในองค์ประกอบเล็กๆ อย่างหมอนอิงและผ้าปูโต๊ะ เพียง 10% ของห้องเพื่อเพิ่มความสดใส

เพียงแค่นึกถึงหลักการจัดกลุ่มสีนี้เอาไว้ ห้องรับแขกของคุณก็จะดูสวยลงตัวอย่างมีสไตล์ มองแค่แว้บเดียวก็รู้เลยว่าเจ้าของบ้านเขาคิดมาแล้ว!

รูปที่3 Porter ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

3. มองหาวัสดุชั้นดี

นอกจากเรื่องของการเลือกใช้สีสันที่สะท้อนรสนิยมของคุณตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ “วัสดุ”

ไม่ว่าห้องรับแขกของคุณจะมีส่วนประกอบที่ทำจากอะไร ไม้ หนัง ผ้า กระจก หรือโลหะ จงเลือกลงทุนกับของที่ใช้วัสดุคุณภาพเท่านั้น เพราะวัสดุชั้นดีเป็นเครื่องการันตีว่า คุณจะได้ของที่มีทั้งฟังก์ชั่นการใช้งานและความสวยงามตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น

ตัวอย่างง่ายๆ คือความแตกต่างที่เทียบกันไม่ได้เลยระหว่างโซฟาหนัง

หนังวัวแท้กับหนังเทียม หนังแท้นั้นมีเสน่ห์ที่ผิวสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่มีหนังผืนใดเลยในโลกนี้ที่เหมือนกัน รายละเอียดบนหนังแท้จะเปลี่ยนไปตามการใช้งาน แถมยังระบายอากาศได้ดีและมีอายุใช้งานนับสิบปี ขณะที่หนังเทียมถ้านำมาบุโซฟาจะให้สัมผัสที่ไม่สบายนักเพราะไม่ระบายอากาศ และพื้นผิวจะลอกล่อนภายในเวลาไม่กี่ปี

นอกจากนี้ การเลือกวัสดุยังเชื่อมโยงกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่เราพูดถึงในข้อแรกอีกด้วย เช่น ถ้าคุณเป็นครอบครัวที่ีมีเด็กๆ โซฟาที่ทำจากผ้าวูลสีเข้มหน่อยอาจจะเป็นตัวเลือกที่ทนทานจากการปีนป่ายและรอยเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นมากกว่าโซฟาหนัง

รูปที่4 Bailey ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

4. เลือกการจัดแสงที่ใช่

จะมีประโยชน์อะไรถ้าจัดองค์ประกอบห้องอย่างสวยแต่ห้องกลับมืดมิด แสงไฟคือสิ่งที่ส่งผลถึงบรรยากาศทั้งหมดของห้อง เพียงแค่เพิ่มโคมไฟตั้งพื้นไว้ข้างเก้าอี้นวมตรงมุมห้อง ก็สามารถเปลี่ยนให้มุมเหงาๆ ดูอบอุ่นน่านั่ง พร้อมสำหรับอ่านนิยายดีๆ สักเล่มยามค่ำคืน

ถ้าห้องรับแขกของคุณมีหน้าต่างรอบด้านและได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอในตอนกลางวัน ไฟเพดานอาจไม่จำเป็นนัก แต่คุณควรจะเผื่อพื้นที่สำหรับโคมไฟแบบตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะในตอนกลางคืนไว้ด้วย

ส่วนใครที่มีภาพศิลปะชิ้นโปรดบนผนัง การมีไฟที่ส่องสว่างไปที่ผลงานชิ้นโปรดเลยก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว

รูปที่5 Albert2 ภายในบทความ แต่งห้องรับแขก

5. เผยตัวตนที่ไม่เหมือนใครของคุณ

คุณเคยเดินดูห้องตัวอย่างในโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ไหม?

ความลงตัวและเนี้ยบกริบของทุกองค์ประกอบในห้องมักจะทำให้หลายคนฝันอยากได้ห้องอย่างนั้นบ้าง แต่ถ้าดูไปนานๆ สิ่งที่ห้องเหล่านี้ขาดก็คือ “ชีวิต”

อย่าไปยึดติดกับสไตล์และเทคนิคการเลือกเฉดสีของห้องรับแขกมากเกินไป จนเลือกที่จะไม่นำของที่มีคุณค่าทางจิตใจมาวางในห้อง เพียงเพราะกลัวว่าจะทำให้กฎการแต่งห้องทั้งหมดที่สร้างไว้จะพัง

ไม่ว่ามันจะเป็นของขวัญจากเพื่อนรัก ของที่ระลึกจากเมืองที่คุณไปเที่ยวกับครอบครัว หรือของสะสมที่ดั้นด้นไปเสาะหานานนับปีกว่าจะได้มา จำไว้ว่าข้าวของเหล่านี้นี่แหละที่จะสะท้อนตัวตนและเรื่องราวของเจ้าของบ้านที่ไม่มีใครเหมือน เติมเต็มความหมายที่แท้จริงให้กับคำว่า “บ้าน” ที่ควรจะเป็นสถานที่เก็บความทรงจำอันมีค่าของคุณ

ขอแค่คุณสนุกไปกับมัน! รับรองว่าห้องรับแขกของคุณ จะดูสวยแบบมีสไตล์อย่างที่หวังไว้แน่นอน

สำหรับท่านใดที่กำลังสนใจตกแต่งห้องรับแขกของท่านให้ดูสวยแบบมีสไตล์กับ Alexander&James สามารถเลือกชมสินค้าของเราได้ที่นี่

Footer - LookBooks

After the after party… January Furniture Show NEC 2018

We had a ball at NEC 2018! The latest Collections embodied our core laid back luxe style. NEW Henderson and Marlow epitomised what A&J are famous for: sumptuous blends of leathers and fabrics for the ultimate in cosy style.

Decadent Jean stole the show taking pride of place at the front of the stand. Dressed in a wardrobe of dusky pinks and ochres, the curves of the Jean and handcrafted buttoning detail are reminiscent of 1920’s glamour.

Our after show party was suitably frenetic, involving all the A&J team being particularly hands on in the generous pouring of all booze during the event. Lights out came a tad early so we improvised and added a, ‘lock in’ to the night’s fun.

We are now fantastically busy making all the lovely new Collections that launched.

Thank you to all our retail friends for making January Furniture Show our best ever!

Here is a busy video of everyone enjoying the fun! You can view the A&J 2018 NEC Furniture Show here

Love and laughter xx

Shanghai 2017: A&J Style

Our stand mixed rustic and authentic textures, both real and photographic, deep shades and shadows, with neon signage to reflect our brand attitude. Mark Smith, founder and Design Director created brand new sofa designs that really captured our Club Cool Mantra. Our latest designs are slim armed, sexy and built with beautiful new leathers. Satchel leather is soft, supple and weathered, available in delicious shades of Pepper, Nutmeg, Biscotti and Latte.

 

Vintage classic, Franklin made a return, dressed in ethnic kilms, stripes and weaves. Welcome to our world, Shanghai Style!

 

A&J do Proposte: Como, Italy 2017

We were fabric focused and ready to buy at Industry show Proposte and a whirlwind tour of our favourite stands brought lots of inspiration and answers to our Stylist’s product briefs. We interspersed the buying with an evening of being thoroughly spoilt by Mark Williams and Emanuele of Pozzi who wined and dined us at the most amazing seafood restaurant – Italian food with plenty of fishy things thrown in? – Our idea of heaven.

 

Thank you and warm hugs to you all at Pozzi x

Spring has sprung! Long Point Show May 2017

Three busy days were spent at A&J’s home Harrington Mills, welcoming retailers to our latest sofa collections and tempting them with mini cakes and treats all sorted by our very own Yvonne, who put on a real, ‘spread’ – (as we say up North).

 

We showcased new fabric combinations – our beautiful Baker looked cosy covered in our jewel toned Venetian velvets – and we launched a super comfy new collection called Pemberley which combines many much loved elements from our favourite sofas.

  

Behind The Scenes: Cotswold Photo Shoot 2017

Hoxton

We absolutely fell head over heels in love with our latest location. Nestled in the heart of the Cotswolds, the creamy stone walls and multi textural backdrops called out to us and we knew our NEW A&J Sofa Collections would be at home here.

Making the most of natural picture lips, rough stone edges – that doubled nicely as shelving and uneven surfaces, Stylist Julie propped and placed her vintage image collection. From landscapes in peaceful sea greens to painterly floral brights, (with the odd nude interspersed for naughtiness!) – we love an A&J picture wall as the perfect backdrop to our designs.

 

Imogen

 

The Wallace Collection took up residence in the dusky cottage style living room, with romantic timber beams and expanse of authentic Cotswold wall. Light swept in from chunky framed glass doors, across the wooly seat textures, revealing the soft woven feel of the fabric. Richly coloured Imogen looked great against the smooth nature of the limed timber walls and floor, the soft velvet contrasting beautifully with the calm backdrop. Emerald toned Hoxton found favour by the fire.

Light at this time of year can be incredibly challenging so we forged ahead and after indulging in a creamy scrambled egg breakfast, (best ever – thank you Jayne!) we cracked on, only stopping when the light had completely disappeared, by which time we could eat again.

This is our kind of cosy.

Much love Michelle xxx

Find your cosy and welcome to the world of A&J by exploring our latest look book which showcases the results of our Cotswold experience.

Special thank you to our wonderful dream team, we simply could not do this without you and I love every minute working with you all – Polly, Ben, Julie, Jason, John, Ryan, Mike, Lee.

Thank you to Harry Ward, for creating our behind the scenes video without treading on anyone’s toes – great job!

Welcome to Our World: Alexander and James do The January Furniture Show 2017!

What a whirlwind of a four days we had at The January Furniture Show, NEC. Busy, bustling and even slightly boozy, (our A&J signature G&T’s seemed incredibly popular!) Complete with sprigs of Rosemary, plucked fresh from our hedge our signature drink served as a welcome to all of our much loved customers.

Our NEW Collections showcased our signature laid back luxe style with our latest Club Cool vibe, which is summed up perfectly by The Bloomsbury and Hoxton ranges. The Bloomsbury embodies that mix and match fabric edit, selected by our stylists – Modern checks, twill, embroidered and velvet textures mix with well worn leathers and classic hand studding. In contrast the smooth lines of the Hoxton and emphasised by the soft and smooth nature of our latest fashionable, Tote, leather and the addition of the indulgent genuine velvets and trend led Boucle fabrics add detail and complete the look.

We wanted our stand to be like our A&J virtual home, full of our personality, mixing indoor with outdoor inspiration, nature loving leafy greens, twinkly fairy lights for sparkle and overall theatrical and fun loving with more than a touch of the English eccentric about it! Our picture wall interior was super sized and suitably eclectic, styled around the home of Founder and Design Director Mark Smith and his wife, Stylist Julie – we combined vivid collections of vintage paintings with graphic prints and touches of strong typography. Fake flower displays adorned every table and thanks Julie for painting certain tables red to pop against the green and black of the Hoxton.

As a special note I have to applaud the patience and fortitude of our own team combined with our stand builder’s poor unsuspecting electricians in their commitment to ensuring every lamp was put up, individually placed, hung at just the right height, in clusters and arrangements only known to my brain, (I’m sorry – big hugs).

Take a look at the world of A&J in our fast moving video above.

Here are the A&J family. Cannot thank our retail friends enough for making the show an exciting one!

Much love Michelle xxx

Furniture China, Shanghai 2016

The Alexander & James Experience

There’s a haven with our name on it this year at the Furniture China show in Shanghai. We’ve been designing new collections in fresh fabric and leather combinations since the beginning of the year and have been excitedly anticipating the grand unveiling today.

We think everyone should experience the indulgent mix of true British heritage, contemporary styling and pure lived in luxury, so our stand at the show allows you to relax, unwind, and absorb what Alexander and James is about.

Come and see familiar (and plenty of new!) faces from home and around the globe. Our sales executives and brand leaders are on hand at the show to assist retailers with knowledge on our products and offer expertise on building a collection for your own customers.

If you aren’t heading to Shanghai for the show this year, here’s a sneak peak at what’s nestled within the ivy and cosy lights on our stand…

fullsizerender-12fullsizerender-11

We hope to see you there!

Hall 1, Booth E1F08

A&J in the Festival Spirit

A&J getting in the festival spirit with their chill out lounge in The POP UP Hotel, Glastonbury.

The range we have in there is the Boutique Festival Collection containing Theo sofas and chairs, Abraham Junior and Jude Chair with The Victoria Foot Stool as a great accent piece.

Glastonbury-Images-02

While Glastonbury is more associated with mud, which more than 100,000 revellers are again having to deal with at this year’s music festival, those who opted for a more upmarket choice of accommodation are seeing new upholstery.

Those staying at The Pop Up Hotel, a collection of tents, yurts, cabinets and trailers just outside the festival can see Alexander & James’ Boutique Summer Festival Collection.

Glastonbury-Images-03

‘This exclusive collection reflects our love of the British countryside and features mix and match patterns and textures. The Abraham Junior is a boutique essential – perfect for any mini mansion. The Victoria footstool and Cute Button footstool both double up as impromptu tables and are brilliant in boudoir, bedroom or back garden weather permitting,’ says Michelle Hoines-White, Alexander & James creative director.

Next month will see The Pop Up Hotel, and the upholstery, at the Cornbury festival in Oxfordshire.

 

The Alexander & James Shanghai Experience!

We are back from our travels and the wonderful Shanghai experience that was Furniture China. Hot, sweaty and bustling with customers from around the globe we were thrilled to share our latest sofa Collections which we previewed exclusively here.

We took the best of the British summertime with us. Our blossom covered secret garden area was the perfect spot to pick up a cup cake and admire the view. Calm was restored with our cosy corners, ideal to retreat into and kick back and relax.

Our latest trend stories featured botanical influences, new warming leather textures and ethic global inspired weaves in cool neutrals. generous proportions and decadent design details embodies our love of relaxed glamour and our laid back luxe approach. New Collections are coming soon to the UK, we can’t wait to share them with you.

ALICHA IMAGERY

Alexander and James at Shanghai Experience 2015

89