อิเคล็คติก 101: เทรนด์ใหม่ของการตกแต่งบ้าน

Cover บทความ eclectic

เทรนด์การตกแต่งบ้านมีมาให้อัปเดตใหม่เรื่อยๆ ทุกปี สไตล์การตกแต่งบ้านก็ยิ่งมีให้เลือกตกแต่งหลากหลายมากขึ้นไม่ใช่แค่สไตล์โมเดิล คลาสสิก วินเทจ เพียงเท่านั้น แต่ทุกวันนี้ยังมีสไตล์ที่มีความเฉพาะตัวลงไปอีก เช่น สไตล์มินิมอล บูติก ทรอปิคอล แต่ถ้าหากไม่รู้จะเลือกอะไร ชอบไปทุกสไตล์ เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงนี้ ตอบโจทย์คนที่ชอบไปเสียทุกอย่าง คือ สไตล์แต่งบ้านแบบ “อิเคล็คติก” (Eclectic)

รู้จักสไตล์อิเคล็คติก (Eclectic) กับคอนเซปต์ “Mix and Match”

สไตล์การแต่งบ้านแนว อิเคล็คติก (18th – ปัจจุบัน) พัฒนามาจากสไตล์งานทัศนศิลป์และสถาปัตยกรรมที่ยืมลักษณะ เทคนิค หรือนำสไตล์ที่มีที่มาแตกต่างมารวมเข้าไว้ด้วยกัน แม้จะไม่ใช่สไตล์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนไปในทิศทางใด แต่จากการ “มิกซ์” องค์ประกอบของศิลปะหลากสไตล์เข้าไว้อย่างลงตัวก็สร้างความโดดเด่นที่มีเสน่ห์ได้

รูปที่1 บทความ eclectic

The Residence of Bukovinian and Dalmatian Metropolitans, Ukraine (18th)
ที่พักบาทหลวงคริสตศาสนาในประเทศยูเครนที่ออกแบบด้วยแนวคิดอิเคล็คติก

คำว่า “อิเคล็คติก” ในทุกวันนี้ รู้จักกันว่าเป็นสไตล์การตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และยังคงลักษณะสำคัญจากแนวศิลปะแนวนี้ไว้ คือ การรวมเสน่ห์ของสไตล์ต่างๆ หรือของเก่ากับของใหม่มาจัดอยู่ด้วยกัน (Mix & Match) โดยให้สิ่งละอันพันละน้อยที่นำมาตกแต่งต่างโดดเด่นในมุมของตัวเอง

การตกแต่งบ้านสไตล์นี้ อาจกล่าวได้ว่ามีคอนเซปต์แบบ “More is More” เพราะมักจัดให้มีองค์ประกอบต่างๆ มากมาย เช่น ตัวห้องเป็นสไตล์โมเดิล ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันจัดจ้านแบบ Pop Art และตกแต่งด้วยของสะสมสไตล์กอธิค เป็นต้น การจะตกแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติกจึงค่อนข้างยากที่จะหา “ความพอดี” เพื่อไม่ให้ตกแต่งออกมาแล้วให้ความรู้สึกว่าล้นเกิน

เทคนิคแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติกให้สวยมีระดับ

การตกแต่งบ้านด้วยสไตล์อิเคล็คติกนั้น ไม่ใช่แค่การเลือกเพียงของที่ชอบ สิ่งที่ถูกใจมาจัดวางรวมๆ กัน ความยากและความงามของสไตล์นี้ คือ “ทุกองค์ประกอบโดดเด่น แต่ให้ภาพรวมที่ลงตัว” หากจะจัดบ้านให้สวยงาม มีเสน่ห์ให้ทุกจุดได้ หลักการและเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ อาจช่วยคุณได้

1. วางแผนผัง (Layout) ของห้องให้ชัดเจน

เมื่อจะตกแต่งห้องในสไตล์อิเคล็คติกที่สุ่มเสี่ยงว่าจะตกแต่งออกมาแล้วรก ไม่เป็นระเบียบ ล้นเกิน และดูไม่รู้เรื่อง การวางแผนผังหรือ Layout ของห้องให้ชัดเจน แน่นอน จะช่วยก่อโครงสร้างของห้องที่เรียบร้อยขึ้นได้

นอกจากนี้ ในการตกแต่งห้องด้วยของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นหลากสไตล์ ลายลวดลาย เราสามารถใช้สีเชื่อมสไตล์ตกแต่งแต่ละสไตล์ไว้ด้วยกันได้โดยการคุมโทนสีของห้อง คุณอาจเลือกใช้ตกแต่งสิ่งของที่มีโทนสีเดียวกันหรือใกล้กัน เช่น ดำ น้ำตาล เทา และเพิ่มความน่าสนใจด้วยสีสันอื่นๆ เล็กน้อย หรือเพิ่มรายละเอียดที่ลวดลายของประดับ

Tip: ขอแนะนำว่า ผนังสีเรียบหรือสีพื้นจะช่วยให้การตกแต่งห้องสไตล์อิเคล็คติกง่ายขึ้น เพราะเหมือนเป็นผ้าแคนวาสให้เราระบายลวยลายและสีสันอื่นๆ ลงไปได้สวยงาม

2. รวมของตกแต่งหลากยุค หลายสไตล์

เชื่อว่าหลายคนที่อยากตกแต่งบ้านด้วยสไตล์อิเคล็คติกต้องเป็นนักสะสมตัวยง ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเป็นอันต้องต้องใจกับเสน่ห์ของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะแจกันโบราณ เครื่องจักสานจากชาวบ้าน หรือเครื่องประดับเล็กๆ น้อยจากต่างประเทศ จึงทำให้มีของสะสมมากมายและอยากนำสิ่งที่หลงใหลเหล่านั้นมาตกแต่งให้ชื่นใจ

เสน่ห์ของสไตล์อิเคล็คติกคือความหลากหลายที่ไม่ใช่แค่สิ่งของ เทคนิคที่จะแต่งบ้านสไตล์นี้ให้มีระดับ มีเรื่องราวที่น่าสนใจนั้น คุณอาจนำของตกแต่งจากหลายหลายยุคและหลากหลายสไตล์เข้ามาไว้ด้วยกัน เช่น เตียงนอนไม้แบบโบราณ พรมเปอร์เซียกลางห้อง และโคมไฟหัวเตียงแบบโมเดิล และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ที่ดูเรียบหรู พร้อมด้วยภาพวาดแนว Abstract สีสันสดใสสนุกสนาน เป็นต้น หรืออาจเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายของผืนผ้าที่หลากหลาย

รูปที่2 บทความ eclectic

ที่มารูปภาพ

3. หา Statement pieces

ภาพวาดที่สวยงาม สามารถดึงสายตาของเราให้มองได้ สังเกตหรือไม่ว่าศิลปินจะสร้างจุดสนใจหรือ “โฟกัส” อยู่เพียงหนึ่งจุด และวางองค์ประกอบอื่นๆ อย่างลงตัว แม้ในงานที่มีรายละเอียดกระจัดกระจายก็จะมีเพียงหนึ่งจุดสนใจ

การจัดห้องสวยงามมีระดับในสไตล์อิเคล็คติกก็เปรียบเหมือนการจัดองค์ประกอบของจิตกร คุณสามารถสร้างความสนใจและเรื่องราวให้กับห้องแต่ละห้องด้วย “Statement pieces” หรือสิ่งของที่สามารถดึงสายตาทุกคู่ที่เขามาเยี่ยมเยียนให้หันมอง และก่อให้เกิดบทสนทนาหรือความชื่นชมในรสนิยมของเจ้าของ

Statement pieces ของคุณอาจเป็นตู้เก่าโบราณ ภาพวาดของศิลปิน งานปฏิมากรรมสักชิ้น หรือจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ดูดี มีระดับ โดดเด่นออกมาจากบรรยากาศห้อง (แต่ไม่ลดทอนความน่าสนใจของสิ่งอื่น) เช่น แกรนด์โซฟาหนังแท้ หรือเคาเตอร์ในรูปเตาผิง เป็นต้น ทั้งนี้ Statement pieces ไม่ควรไม่เกิน 1 – 2 ชิ้นต่อห้อง เพราะถ้ามีมากกว่านั้น สิ่งของแต่ละชิ้นจะแย่งกันดึงความสนใจจนภาพรวมขาด “โฟกัส”

4. สร้างโทนของห้องและเชื่อมทุกสิ่งไว้ด้วยสี (Colour Schemes)

สีสันมีส่วนในการสร้างอารมณ์และโทนของห้อง ไม่ว่าจะใช้สีโทนร้อนอย่าง ส้ม ครีม เหลือง แดง ก็จะให้อารมณ์กระปี้กระเป่ามีพลัง หรือสีโทนเย็น เช่น ฟ้า ขาว ม่วง ก็จะให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย คุณสามารถเลือกใช้สีต่างๆ ในการจัดห้องได้

นอกจากนี้ ในการตกแต่งห้องด้วยของตกแต่งที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นหลากสไตล์ ลายลวดลาย เราสามารถใช้สีเชื่อมสไตล์ตกแต่งแต่ละสไตล์ไว้ด้วยกันได้โดยการคุมโทนสีของห้อง คุณอาจเลือกใช้ตกแต่งสิ่งของที่มีโทนสีเดียวกันหรือใกล้กัน เช่น ดำ น้ำตาล เทา และเพิ่มความน่าสนใจด้วยสีสันอื่นๆ เล็กน้อย หรือเพิ่มรายละเอียดที่ลวดลายของประดับ

รูปที่3 บทความ eclectic
Tip: ขอแนะนำว่า ผนังสีเรียบหรือสีพื้นจะช่วยให้การตกแต่งห้องสไตล์อิเคล็คติกง่ายขึ้น เพราะเหมือนเป็นผ้าแคนวาสให้เราระบายลวยลายและสีสันอื่นๆ ลงไปได้สวยงาม

5. สาดสีสันความเป็นตัวเองของคุณ

สไตล์อิเคล็คติก จริงๆ แล้วเกิดจากความชื่นชอบในศิลปะสไตล์ต่างๆ ชอบสิ่งไหน สนใจสิ่งใด ก็หยิบยืมมาสร้างสรรค์เป็นผลงานของคุณเอง

บ้านก็สามารถเป็นผลงานศิลปะของคุณได้ ลืมกฎ ลืมสไตล์ที่จำเจไป การตกแต่งบ้านไม่มีผิด-ถูก สิ่งสำคัญอยู่ที่คุณสนุกไปกับมัน และภูมิใจและชื่นชมกับผลงานได้ทุกครั้งที่คุณกลับเข้าบ้าน

ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณออกมา และตกแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติกที่เป็นคุณ

รูปที่4 บทความ eclectic
สรุปทิปส์ตกแต่งบ้านสไตล์อิเคล็คติก
● จัดวางแผนผังหรือโครงสร้างของห้องให้ชัดเจน
● ไม่ลืมเหลือพื้นที่ว่าง (Space) ให้ไม่รู้สึกล้นเกิน
● มิกซ์ & แมตช์สิ่งของหลากสไตล์ หลายยุค
● จัดวางให้สิ่งต่างๆ มีพื้นที่ของตนเอง ไม่จมหายไป
● ไม่ลืมหา Statement pieces เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของคุณ และสร้างจุดสนใจ
● ใช้สีเพื่อคุมโทนของห้องและเชื่อมของตกแต่งให้กลมกลืนกัน
● ผนังสีเรียบจะช่วยให้การตกแต่งง่ายขึ้น
● ไม่ลืมความเป็นตัวเอง ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณ
Footer - LookBooks